สล่า

เหมหิ้วปีกคนพับนอนแล้วเลิกผ้าโพกออกเพื่อจะใส่ยาเพิ่ม ผมที่มัดรวบไว้สยายยาวละต้นคอ ออร่าเทพบุตรนิทราสว่างทิ่มตา

‘อะโห...อย่างกับพระปั้นมา’มือเกลียไรผมออกอย่างระวังแล้วเจิมน้ำสีเขียวจนทั่ว ใบหน้านั้นยังคงเคร่งขรึม ดูสงบแม้ยามหมดสติ

'ขนาดหลับยังเก๊ก คนไรฟร่ะน่าหมั่นไส้เปนบ้า' เด็กหนุ่มว่างืมกับตัวเอง เอาจริงก็อยากจะรู้ว่าคนแบบนี้มันดึงดูดสาวยังไง นึกถึงแม่นางโม

สล่าหลับพริมอิดโรย เหมมองกะว่าเที่ยงวันแล้ว คิดว่าน่าจะถึงเวลากินข้าว คุ่นคิดจึงออกไปที่ครัวบอกป้าขออาหารมาสำรับหนึ่งมาส่งให้ที

กลับมาถึงมือหนึ่งก็จุมผ้ากับน้ำชุบเช็ดหมึกออกจากหน้าให้พอไม่โดนแผล ค่อยรอให้อีกฝ่ายฟื้นขึ้นมาเอง คิ้วแตกคลายคล้อยมองนายช่างพม่า…

'ชเว…ชื่อความหมายเหมือนข้าเลย…'

………..

“ท่านชเว ท่านชเว!”เปลือกตาปรือขึ้นจากการดับเครื่องชน รี่ลุกขึ้นจับศีรษะก็พบว่าผ้าถูกนำออก ผมยาวดำเป็นลอนหน่อยๆตกละที่ใบหน้า

ตาหม่นสบคนที่ถือโตกสำรับ มันไม่ใช่เด็กหนุ่มในภาพจำสุดท้าย แต่เปนสล่าโพนพร้อมข้าราชบริพาร

"พระองค์ทรงมิเปนไรใช่ไหมพระเจ้าค่ะ" นายทหารแตกตื่นเพราะเขาก็ไม่ได้ยินเสียงข้างใน

"กระหม่อมจะไปตามนายช่างผู้นั้นมาสำเร็จโทษ"

"ไม่ต้อง…ข้าสบายดี เพียงอ่อนแรงจากเมื่อวาน"ปรามนายทหารแลให้ไปยืนที่เดิมอย่างไม่ได้คาดโทษ

"พระองค์รับสำรับมากหน่อยดีหรือไม่เป็นเช่นนี้ตกเย็นจักไปตรวจงานที่พื้นที่ไม่ไหว"สล่าโพนเดินมาวางโตกไว้ให้แลนั่งทับขามือทั้งสองอิงหน้าตักข้างแท่นที่ชเวนั่งอยู่

ส่ายหน้าเปนคำตอบเรื่องข้าว

"ลงเสาเอกหรือยัง"

"จักมีสวดยามรุ่งพรุ่งนี้พระเจ้าค่ะ หากฝนไม่ตกเสียก่อน"ว่าถึงงานที่บ้านเริน

"ควาญช้างพลายยกเสาได้ดีทำให้ละล่วงไปได้ง่ายทีเดียว"กล่าวยิ้มชมช่างที่เขาคุมงานด้วย

ชเวนึกถึงเพื่อนของเหมที่เลี้ยงช้างก็อ้อในหัว ยังมีความรู้สึกผิดอยู่ในอก

"ให้เงินขวัญถุงเพิ่มเสีย แลมีอ้อยขึ้นที่ท้ายสวนตัดแบ่งไปได้"การให้สวัสดิการตอบแทนเขาไม่หวงอยู่แล้ว

นิ้วจับที่ปลายคิ้วปวดหนึบ ต้องโพกผ้าทับให้มิดหน่อยกระมัง…

"ต้องไปตรวจงานที่พระเจดีย์...ปีนนั่งร้าน…"ร่างกำยำของสล่าผิวสีเข้มประดับรอยสักขยับบ่าให้เจ้าฟ้ายันตัวขึ้น ขณะอธิบายด้วยน้ำเสียงเปนห่วง

"เจ้าผูกเชือกได้แน่นแค่ไหนเล่าโพน…"คำพูดล้อไม่สนสภาพตัวเองว่าถ้าตั้งนั่งร้านดีก็ไม่มีทางที่เขาจะตกลงมา

นายช่างใหญ่เดินมาที่โต้ะเดิมเพื่อเช็คสภาพเอกสาร ประหลาดใจที่มันจัดเรียงหน้ากลับเข้าที่ แผ่นที่โดนวาดรูปไก่ก็ถูกคัดขึ้นใหม่แล้ว

...เจ้าเด็กโยเดีย?

"...."นัยน์ตาสีดำมองแบบหน้าต่างนิ่งเงียบ น้ำหนักเส้นแลความเข้าใจในเนื้องานนั้นดีไม่ต้องแก้ใหม่เลย


อยาก...ได้…

ความคิดที่ผุดขึ้นมันยิ่งตอกย้ำภาพที่เด็กหนุ่มยืนวาดจิตรกรรมครานั้น มันทำให้หัวใจนั้นระส่ำไหว...

แลเหมือนเจอดินสอที่ต้องตาต้องใจนัก เช่นเดียวกันกับสล่าหลายคน...ทำอย่างไรจะได้ครอง…

หลับตาข่มความเอาแต่ใจลง ถึงจะมีฝีมืออย่างไร ก็ยังไม่ชอบนิสัยชนไม่เลือกนั่นอยู่ดี มีหวังได้ทะเลาะกันตาย...สูดหายใจ

"เจ้าไปเตรียมของให้พร้อมเถิด" โพนก้มโค้งแลไปทำหน้าที่ของตนต่อ


เหมไปกินข้าวหยิบกล้วยน้ำว้าที่ชอบมาหวีหนึ่ง แล้วไปล้างเนื้อล้างตัววิ่งทักๆไปเรือนใหญ่ หาธุสาตอนบ่ายเพราะเขาผิดนัดมานานมากแล้ว

"ท่านธุสาขอรับ ข้าขออภัยข้าเกิดอุบัติเหตุ...!!"โผล่โพลงเข้ามา ธุสากำลังสำราญกับสาวงามพอดี

"อ้าวน้องเหม มาสิพี่กำลังว่างฮ่าๆ" คนที่ควงสาวบนตักละสายตามามองผู้มาเยือน

"ขะ ข้ามาผิดเพลา---"ตาสีตาลหลบแทบไม่ทัน

ธุส่าให้หญิงสาวกลับเข้าไปหลังฉาก

"พี่ก็รออยู่แต่เช้า ไปที่ใดมา"แขนแกร่งขาวคล้องบ่าสีแทนมาโอบ น้ำอบจากกายสาวยังติดลอยล้อจมูก ดูอีกฝ่ายจะดื่มด้วยเล็กน้อยถึงได้ดูอารมณ์ดีขนาดนี้

"ท่านชเวให้ข้าไปช่วยเอกสารขอรับ"ตอบไปตามความจริง

"น้องคงไม่โดนแย่งงานไปทำ" ตอบด้วยสายตาก็รู้ ธุสาถึงกับหัวเราะ

"มานี่…"เอี้ยวดึงรุ่นน้องมาที่หน้าหีบและตู้หับผ้า

มือขาวปลดล๊อคดึงฝาหีบ เผยให้เห็นผ้าหลากสีในนั้น หยิบเลือกสีกรมมาเทียบเอวเหม

"น้องน่าจักเข้ากับสีดำ หรือสีกรมนะ สีแดงเลือดก็ดี" ตาตี่มองช่วงขาสีเข้มที่มันเปิดสุดต้นขาจากวิธีนุ่งโจงแบบถก

"ข้าไม่กล้าใส่เลยขอรับ"

"มิต้องคิดมาก สวมเสื้อก่อน"ส่งเสื้อสีตาลกาแฟมีขอบปกสีดำควัน

เหมเอ๋ออ๋อรับมาแล้วจับผ้าฝ้ายตัวเองออก สวมแขนเสื้อเลยเพราะตัวก็ไม่ได้ใส่เสื้ออยู่แล้ว ติดกระดุม

"ยกขา"

ช่างหนุ่มทำตามสอดขาทั้งสองเข้าผืนผ้าทรงกระบอกจับปลายผ้าดึงไว้ด้านหน้า จะทบแบบผ้าถุงตอนอาบน้ำ

"ไม่...มันต้องแบ่งสองข้าง"

"ขออนุญาต" ร่างสูงอ้อมไปด้านหลังคล้องแขนมารอบเอวเด็กหนุ่มจับผ้าตลบเข้าอย่างเร็ว พรึบ คนเด็กกว่าอึ้งการจับทบ ทรงตัวไม่อยู่ไหล่ไปพิงอกคนข้างหลัง

นิ้วยาวเหน็บปลายผ้าเข้าสีข้าง หมุนปมผ้าแล้วดึงเก็บที่ท้องน้อย ท่าไม่ต่างจากถูกกอดจากข้างหลัง

"คือมันไม่ต้องมีเข็มขัดหรือเชือกมัดเอวใช่ไหมขอรับ"เด็กหนุ่มตื่นตาตื่นใจกับยูนิฟอร์มใหม่สุดคูลนี้ แลในกระจกข้างดูเปนผู้ดีขึ้นมาเลย

"ไม่จำเปน แค่นี้ก็อยู่แล้วลองโพกผ้าด้วยไหมล่ะ แบบล้านนา~" เอาคางเกยบ่า ยิ้มร่าตาหยี่ รู้สึกส่วนสูงของคนข้างหน้าช่างพอเหมาะแก่การโถมหากักกกนัก อยากฟัดน้องชายคนนี้เสียจริง

ตึก... เสียงกระดานพื้นไม้ลั่นจากข้างหลัง

"ข้าคงจักให้งานน้อยเกินไป พวกเจ้าถึงมีเพลามาทำเรื่องไร้สาระ"เสียงเย็นทรงอำนาจที่คุ้นเคยกดต่ำเมื่อเจอคนใต้บังคับบัญชาอยู่กับอนุชา

ดวงตาตี่หรี่เปิดสะท้อนเงากระจกจ้องตอบแววตาทมิฬไม่ได้เกรงกลัว หันมาโอบคอเหมใกล้จนหน้าเซไปชนคางตน แลทำทีคล้ายจูบลงบนกลุ่มผม

"ไร้สาระ? ไม่หรอกน้องเหมถวายงานข้าอยู่"คำที่กำกวมเล่นเล่ห์กล่าว แลมันยิ่งยั่วให้คนเปนพี่เดือดดาล

ชายโยเดียเสียวสันหลังวาบสัมผัสได้ถึงความกดดันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างคนทั้งคู่ เขาเองก็รู้สึกผิดที่มาขอธุสาในเวลางานแบบนี้

'แย่แล้ว ข้าจะทำยังไงดี้ยย!?'

"...มากับข้า"คำสั่งแข็งกระด้าง ตรึงให้ร่างสีแทนหวั่นกลัวเล็กน้อย เขายังไม่อยากโดนไล่ออกนะะ---

"ท่านธุสา...ข้า…"อึกอักไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี

"...ไว้พี่จักสอนโพกผ้าให้ทีหลังนะ"ยอมปล่อยไม่วายขยี้ผมที่ตัดเกรียนนั้นเล่น

"ขอรับข้าจักไม่พลาดแน่นอน"ยิ้มรับสนุกตามนิสัย แล้วโค้งลาเดินมาหน้าทะเล้นหวังกลบเกลือนการเถลไถล ใส่คนที่กำลังทำหน้าเหี้ยมเกรียม หน้าเจือนตัวลีบทันทีที่ชเวไม่เล่นด้วย รีบเดินออกไปจากห้อง

"..."

อนุชายกมือขึ้นสองมือคล้ายยอมแพ้แล้วก็ได้ แต่ไม่วายกวนกระดกพราวนิ้วเปนนัยว่าเขามือสะอาดยังไม่ได้ทำอะไร ขัดกับยิ้มร้ายที่ผุดขึ้น

ชเวกดคิ้วแน่นหมาจิ้งจอกคอยกวนใจเขาเสมอ ละความสนใจหันหลังกลับ

"อย่าช้า เสด็จพี่...เพลาท่านหมดแล้ว" เท้าหยุดก้าวครู่หนึ่ง ก่อนเดินต่อไม่มีถ้อยคำจักแย้งให้มากความอีก


ร่างสีน้ำผึ้งยืนชื่นชมเสื้อผ้าใหม่ โคตรเท่ จับปกเสื้อมาสูด กลิ่นผ้าผู้ดีมันเปนอย่างนี้เอง!! ยิ้มปลื้มแล้วปลื้มอีก

"เหิมใจให้มันน้อยหน่อย"ผู้ใหญ่ประชิดหลังก็โหยง

"ข้ามิเคยใส่เสื้อนี่ แล้วท่านมาที่นี่ทำไม"สล่าใหญ่ตั้งใจมาคุยเรื่องพิธีตั้งเสากับธุสาแต่ดูเหมือนจะไม่ต้องแล้ว

"...ทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จ อีกยามมาหาข้า"ตอบไปก็ย้อนความหงุดหงิดจึงบอกแค่นัด

"ไปไหน"เหมเอียงคำสงสัย ว่าเขาจะโดนลากไปไหนอีก

สล่าพม่าเมินคำถามไปดื้อๆ


.........

ภาพตัดฉากเหมยืนแหงนมองเจดีย์ตระหง่านสูงเสียดฟ้า หน้าเหวอ พร้อมกับพลายสหายที่หน้าก็หื้อหาไม่ต่างกัน โดนจับมาฝึกงานร่วมกัน

"เจดีย์ชเวสิกอนที่เจ้าคงเคยมาแล้วตอนถูกต้อนเข้ามา"ว่าเปรยลอยกับคนข้างๆ

"ปีนขึ้นไป…"สล่าโพนกล่าวหนุนภารกิจ

"อะไรนะ!?"โทนเสียงประสานหลงของชาวอโยธยาขานทวนไม่เชื่อหู

"ปีนนั่งร้านขึ้นไป"เหตุการณ์เดจาวูกับเมื่อเช้าเล่นเอาเหมปรับตัวไม่ทัน

"ช่วยกันขึ้นไปตรวจงานซ่อมลายที่องค์ระฆังของเจดีย์ วัดขนาดหน้างานจดบันทึกมาให้ข้า"ชเวอธิบายส่งกระดานที่ติดใบลานไว้สามสี่แผ่นกับเชือกวัด ไม้ทาบต่างๆ

"แต่ข้าไม่เคยทำ…"เหมเคยทำแต่บ้านหลังเล็กแต่นี่มันคนละไซต์กันเลย นี่งานของสำนักสล่าในหมู่บ้านชานเมืองจริงดิ ใจจะวาย

"ก็เคยเสียสิ"สล่าหงสาทั้งสองยืนกอดอกมองนิ่ง ด้วยสายตาแบบ ไปไปเจ้าพวกลูกนก หัดโดดลงต้นไม้ซะ---

เหมและพลายจึงได้มาหยุดหน้าแคร่ไม้ไผ่ที่ผูกตั้งฉากต่อบันไดลิงขึ้นไปเปนชั้นๆ

ลองขึ้นระดับนึงเทียบก็เลยซุ้มประตูมากลางบันไดลิงชั้นที่ห้า

"...พลาย...เอ็งขึ้นไปก่อนเลย"เหมเหงื่อตกเขาเก็บอาการมาสักพักแล้ว

"อ่าวไม่ไปต่อ? แล้วจะไต่ต่อได้ไงเอ็งนำอยู่" คนตามจากด้านล่างเงยมองเพื่อน

"....ข้า…."เสียงนิ่งแต่ขาสั่นผับๆ

"ข้าไม่ไหวแล้วอ้ากกก!!"

"อ้ากกกแล้วมาบอกอะไรตอนค้างตรงบันไดเล่าโว้ย"นายควาญเอามือดันก้นเหม

"อ้ากก็ข้าไม่คิดว่ามันจะสูงขนาดเน้ ว้าก อย่าดันนน!!"

เสียงแว้ดว้ากใส่กันดังหวิวให้คนด้านล่างอาดูรไอ้สองหน่อนี่มันจะรอดไหมเนี่ย….

ตอนต่อไป
กระจก

ความคิดเห็น