ตอนที่ 8 งานเลี้ยง (2)
โดย  

ลีดาได้สติใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นแดงก่ำหลบสายตาชิพ ทำให้ชิพได้สติกลับคือมาเช่นเดียวกัน เขาปล่อยมือที่โอบกอดลีดาไว้ เร่งถอยห่างออกจากเธอ ความเขินอายเคลือบอยู่บนใบหน้าของทั้งสองจนทำตัวไม่ถูก ชิพสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ก่อนที่จะชวนลีดากลับเข้าไป เขาเดินนำโดยลีดาเดินตาม จนขึ้นผ่านบันไดไปยังระเบียง ลีดาขอตัวลาชิพ เธอเดินออกไปจากตรงจุดนั้นตามทางของเธอ


ชิพยืนหยุดอยู่ที่ระเบียงเขาไม่ต้องการเข้าไปในงานเลี้ยงที่แสนจะคึกคักแต่เงียบเหงามากสำหรับเขา บริกรคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมกับถาดที่มีแก้วไวน์อยู่บนนั้นเชื้อเชิญให้ชิพหยิบแก้วไวน์บนถาด คงเพราะเขาเห็นมือของชิพยังว่างอยู่ ชิพหยิบแก้วไวน์ ไวน์สีขาวใส


ชิพไม่เคยที่จะได้ลิ้มลองเครื่องดื่มมึนเมามาก่อนเลย เพียงแค่เคยชิมไวน์ซ่าๆ สำหรับผู้หญิงที่แม่เขาดื่มกับเพื่อนๆ รสชาติของมันก็ไม่เลว เขาชอบความหวานซ่าของเครื่องดื่มที่เขาเคยชิม เขายกแก้วไวน์ขึ้นจิบ รสชาติหวานอร่อยเหมือนน้ำหวานแต่มีกลิ่นเฉพาะตัวหอมๆ ที่คละคลุ้งไปด้วยแอลกอฮอล์จางๆ เขายกแก้วไวน์ขึ้น มันสะท้อนแสงไฟในงาน สะท้อนภาพผู้คนบิดเบี้ยวไปมาตามโค้งของแก้ว ก่อนที่จะถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วจึงกระดกไวน์ลงไปจนหมดแก้ว


“ขอตัวก่อนนะคะ” ชีสบอกผู้คนที่กำลังห้อมล้อมเธออยู่ เมื่อเธอมองไปเห็นชิพที่นอกระเบียง เธอเร่งรัดเดินออกไปหาชิพ ด้วยความเป็นห่วง ผู้คนมองตามเธอสักครู่ก่อนจะละสายตาและหันไปสนใจสิ่งอื่น


ชีสเดินออกมายังนอกระเบียง มองไปที่ชิพที่กำลังหันหลังให้กับเธอเงยหน้ามองท้องฟ้า ชีสเงยหน้ามองท้องฟ้าบ้าง ดวงดาวพร่างพราวแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกเดิมทำให้เธอประทับใจ เธอมองขึ้นไปบนนั้นอยู่นานก่อนจะหลับตา สายลมพัดมากระทบผิว เหมือนเป็นการต้อนรับเธอสู่โลกใบใหม่ ความรู้สึกโล่งสบายแผ่ไปทั่วทั้งตัวของเธอ ชีสลืมตาแล้วเดินเข้าไปหาเพื่อสนิท เธอมองเห็นสีหน้าที่เศร้าหมองของชิพ


“ชิพเป็นยังไงบ้าง เหงาหรือเปล่า เรามาแล้วนะ ขอโทษที ทุกคนโดนดึงตัวเอาไว้หมดเลย”


ชิพยิ้มขึ้นที่มุมปากเพียงเล็กน้อย แต่ดวงตาของเขายังคงเศร้า


“เราแค่คิดถึงบ้านน่ะ”


ชีสเดินเข้าไปกุมมือเพื่อสนิทของเธอไว้ และบีบเบาๆ เพื่อให้กำลังใจ สีหน้าของความเป็นห่วงอย่างจริงใจและเข้าใจความรู้สึก ทำให้หัวใจชิพอบอุ่น ความเศร้าที่เคยเกาะกุมใจได้มลายไปสิ้น ชีสเดินจูงมือเขาข้ามผ่านประตูเข้าสู่งานเลี้ยงฉลอง เดินตรงไปหาไพน์ ไพน์เมื่อเห็นชีสเดินจูงมือชิพเข้ามา เขารู้ได้ทันทีว่าชิพคงมีเรื่องขุ่นข้องหมองใจ เขาขอตัวผู้คนเดินเข้าไปหาชิพกอดคอเพื่อนแน่น ไม่นานป๊อปคอร์นก็เดินเข้ามาแตะเข้าที่ไหล่ของเขาเบาๆ จากทางด้านหลัง และถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง ชิพตื้นตันใจมาก เขายังมีเพื่อนอยู่


“ขอเชิญพวกท่านมาทางนี่ด้วยขอรับ” ชายแก่ผู้หนึ่งเดินเข้ามาหากลุ่มผู้ถูกอัญเชิญและโค้งคำนับเป็นพิธี


“ไปไหนหรือคะ” ชีสถามขึ้นด้วยความสงสัย


“ต่อไปราชาจะกล่าวต้อนรับพวกท่านให้กับแขกทุกคนในงาน ขอให้ท่านตาข้าน้อยมา”


ทุกคนเดินตามชายแก่ไปยังสุดทางของห้องโถงไปหยุดยืนอยู่ในที่ซึ่งใกล้กับสถานที่ที่มีการยกพื้นต่างระดับเหมือนเวทีเล็กๆ ซึ่งไม่สูงมากนัก ตั้งอยู่ในตำแหน่งตรงกันข้ามกับประตูทางเข้าหลักที่พวกเขาเดินผ่านเข้ามาในตอนแรก ชายแก่บอกให้พวกเขายืนอยู่ข้างพื้นต่างระดับโดยยังไม่ต้องเดินขึ้นไป สักครู่ราชาเชียนัสซึ่งอยู่ไม่ไกลนักก็เดินขึ้นมายังเวทีพื้นต่างระดับ เสียงดนตรีหยุดลง เสียงผู้คนภายในงานเลี้ยงต่างเงียบงันจ้องมองมาทางราชาผู้องอาจ


“ขอต้อนรับผู้ทรงเกียร์ติทั้งหลายที่อยู่ ณ ที่นี้ พวกท่านทราบกับดีอยู่แล้วว่าข้าจัดงานเลี้ยงนี้ขึ้นมาด้วยจุดประสงค์อันใด และตอนนี้ ข้าก็อยากที่จะขอแนะนำให้พวกท่านให้ได้รู้จักกับเหล่าผู้กล้าในตำนานผู้ซึ่งครั้งหนึ่งบรรพบุรุษของพวกเขาเคยได้กอบกู้โลกจากเงื้อมมือของกองทัพปิศาจอันแสนจะโหดร้ายซึ่งไม่มีใครเลยที่จะสามารถต่อต้านพวกมันได้”


ราชาเชียนัสหยุดสักครู่ ชายแก่รู้ว่าตอนนี้ถึงเวลาแล้ว เขาต้อนผู้ถูกอัญเชิญให้ขึ้นไปยังเวที แต่ดึงแขนชิพเอาไว้เมื่อชีสทำท่าจะจูงมือเขาขึ้นไปด้วย


“ข้าขอแนะนำให้พวกท่านรู้จักกับ ผู้กล้าในตำนานของโลกนี้ ตัวตนจากต่างโลกที่อาณาจักรของเราสามารถอัญเชิญมาได้ ท่านไพน์ ท่านชีส และท่านป๊อปคอร์น”


เสียงปรบมือดังขึ้นทั่วท้องห้องโถง สักครู่ราชาเชียนัสกล่าวอะไรต่ออีกเล็กน้อยเกี่ยวกับความหวังและ สิ่งที่เหล่าผู้กล้ารุ่นก่อนเคยได้ทำไว้ เมื่อกล่าวเสร็จ ก็มีคนเร่งเอาแก้วเหล้าที่ทำจากทองคำแท้มามอบให้กับพระองค์ ราชาเชียนัส ยกแก้วเหล้าขึ้นระดับหน้าอก


“ข้าขอดื่มให้กับเหล่าผู้กล้าที่เป็นความหวังของโลกใบนี้”


“ดื่มให้กับผู้กล้า!!” เสียงของผู้คนภายในงานนับร้อยดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้องโถง


ราชาเชียนัสชูแก้วขึ้นสูง ผู้คนในห้องโถงทำตาม ก่อนที่ทั้งหมดจะกระดกแก้วดื่มกินน้ำเมาที่อยู่ในนั้นลงไปรวดเดียวหมด


“อาณาจักร เนเมร่า จงเจริญ!! ราชาเชียนัส จงเจริญ!! ผู้กล้า จงเจริญ!!” เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางเหล่าผู้มาร่วมงาน ทำให้คนอื่นๆ ต่างตะโกนขึ้นมาเหมือนๆ กัน อีกหลายครั้งสร้างความรู้สึกฮึกเหิมแก่เหล่าผู้ร่วมงานขึ้นมากโข ราชาเชียนัส พาไพน์ ชีสและป๊อปคอร์นไปรู้จักคนสำคัญ


ชิพโดนปล่อยทิ้งไว้คนเดียวอีกแล้วแต่ตอนนี้เขากลับไม่รู้สึกโดดเดี่ยวเหมือนตอนแรก เพราะเขารู้ว่ายังมีคนเป็นห่วงเขาอยู่ ชิพเดินไปชิมอาหารภายในงานแต่เขาไม่กินไวน์อีกแล้วเพราะมันทำให้เขารู้สึกมึนหัวอยู่บ้าง รสชาติอาหารที่อยู่ในงานนั้นอร่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นของคาวหรือของหวาน


ชิพเหลือบไปเห็นลีดายืนอยู่ด้านนอกประตู เขาเดินไปหาหล่อนและพูดคุย เขาไม่รู้จักและไม่รู้ว่าจะพูดคุยกับใครอีกแล้ว เขาพูดคุยกับหญิงรับใช้ที่ยืนอยู่ที่นั่น ชิพพูดคุยกับพวกหล่อนอยู่นาน ก่อนที่พวกหล่อนจะแนะนำให้เขาเข้าไปในงาน เพราะมันดูเป็นเรื่องไม่สมควรที่เขาจะมาพูดคุยกับพวกหล่อนนานเกินไปในงานเลี้ยงฉลองแบบนี้


“ถ้าไม่คิดอะไรมาก การมาเห็นสถานที่และบรรยากาศแบบนี้ มันก็ไม่เลวนักหรอก” ชิพพูดกับตัวเอง เขายืนอยู่ที่มุมหนึ่งในห้องโถงมองดูผู้คนมากหน้าหลายตา ที่อยู่ที่นั่น





ความคิดเห็น