ตอนที่ 7 งานเลี้ยง
โดย  

ยามค่ำย่างกรายเข้ามาเยือน แสงดาวสาดส่องเป็นสัญญาณ ทั้งหมดเดินเข้าไปในงานผ่านประตูบานใหญ่ งานเลี้ยงเต็มไปด้วยความหรูหราโอ่อ่า สายลมที่พัดเข้ามาจากประตูโค้งสูงหลายบานที่เชื่อมไปยังระเบียงซึ่งติดกับสวนของพระราชวัง ผู้คนมากมายสวมใส่ชุดเสื้อผ้าสวยงาม หญิงสาวในชุดราตรีประชันโฉม พูดคุยกับผู้ชายภายในงานด้วยรอยยิ้มที่เปื้อนเต็มอยู้บนใบหน้าสวยๆ ของพวกหล่อน เสียงหัวเราะสนุกสนาน อาหารและเครื่องดื่มที่มีไว้บริการถูกจัดวางไว้ทั่วทุกมุมห้อง ราชาเชียนัส องค์หญิงเฮเลน และองค์ชายคีรอน ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าขุนนาง


เมื่อเหล่าผู้กล้าก้าวเท้าเข้าไปภายในงานเลี้ยง ผู้คนต่างพากันให้การต้อนรับ พวกเรารู้สึกมีเกียรติเป็นอย่างมาก การที่มีผู้คนเข้าหาให้ความสำคัญแก่พวกเขาในแบบที่พวกเขาไม่เจอมาก่อนทำให้ทั้งหมดรู้สึกประหม่าจนคิดอะไรแทบไม่ออก


“ท่านไพน์ ข้าอยากทราบเหลือเกินว่า ผู้คนในโลกของท่านจะดูสวยงามและสง่างามเหมือนพวกท่านด้วยหรือไม่” ขุนนางป้อยอจนไพน์รู้สึกอึดอัด


“ท่านไพน์ข้าได้ยินว่าท่านมีเครื่องมือวิเศษที่สามารถช่วงชิงเศษเสี้ยววิญญาณของสิ่งมีชีวิตและภาพวิวทัศน์อยู่ในมือด้วยหรือท่าน” ขุนนางอีกคนถามเขา


“มันก็ถูกส่วนหนึ่งครับ ชิพเขาเอาโทรศัพท์ที่สามารถถ่ายรูปได้ติดมาด้วย เท่านั้นเองครับ”


“ขออภัยที่ข้าไม่ค่อยที่จะเข้าใจคำศัพท์ที่ท่านใช้ โทรศัพท์ คืออะไรหรือท่าน” ขุนนางคนเดิมเอ่ยถาม


ไพน์อธิบายให้แก่ผู้คนที่เข้ามาห้อมล้อมได้ฟัง การอธิบายที่เข้าใจง่ายของไพน์ ทำให้ผู้คนคิดภาพตามได้ และมีทีท่าเข้าใจในสิ่งที่เขากำลังพูด จากนั้นขุนนางทั้งหลายรวมทั้งราชาและลูกๆ ของเขาต่างพากันแวะเวียนเข้ามาพูดคุยสอบถามเรื่องราวเกี่ยวกับต่างโลกที่พวกเขาจากมา ทำให้ทั้งหมดเริ่มรู้สึกคุ้นเคยกัน พวกเขาทั้งหมดตอบคำถามเล่าเรื่องราวของโลกที่พวกเขาจากมาให้กับผู้คนได้ฟัง หลายคนต่างมีสีหน้าตกใจและมีเสียงฮือฮาและเสียงหัวเราะ


มีเพียงชิพที่ถูกละเลย ขุนนางส่วนใหญ่ที่อยู่ในห้องต่างเป็นสักขีพยานการอัญเชิญ พวกเขาต่างรับรู้ว่าชิพเป็นเพียงคนที่ติดร่างแหการอัญเชิญในครั้งนี้ นอกนั้นผู้คนคนอื่นๆ ที่อยู่ภายในงานต่างก็พูดคุยดื่มกินอาหารกันอยู่ตามมุมต่างๆ ทั่วทั้งห้องโถงอันโอ่อ่านี้ แม้แต่ชีสที่เกาะกุมแขนชิพเข้ามาในตอนแรก ก็ถูกพรากไปและโดนรุมถามคำถามต่างๆ นานามากมาย


ชิพค่อยๆ ถูกผลักออกมาเพราะการถูกละเลย เขาหันหลังให้กับกลุ่มก้อนผู้คนที่กำลังสนทนากันอย่างสนุกสนาน เขามองหามุมสงบที่แทบจะไม่มีเลยภายในห้องโถงแห่งนี้เพื่อหลบหนีออกไปอยู่คนเดียว แต่องค์หญิงเฮเลนได้เดินเข้ามาหาเขา


“ท่านชิพค่ะ เป็นอย่างไรบ้างคะ ท่านพึงพอใจกับงานเลี้ยงที่พวกเราจัดให้หรือไม่”


“ดีมากเลยครับ อาหารเยอะแยะเลยครับองค์หญิง”


เฮเลนมองเข้าไปในดวงตาชิพ ชิพรู้สึกว่ากำลังโดนเธออ่านใจอยู่ ก่อนที่เธอจะเริ่มพูดเรื่องเกี่ยวกับธาตุที่เป็นของเขาที่เธอได้สัญญาว่าจะไปปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญ


“ธาตุของท่านคือธาตุวิญญาณ มันเป็นธาตุที่หายากมาก ไม่ค่อยมีใครมีธาตุนี้กันเท่าไรนัก มันเปรียบเสมือนกับธาตุเริ่มต้นของทุกธาตุ แต่แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธาตุที่พวกเรามีก็ไม่สามารถระบุได้ชัดว่า คนที่มีธาตุวิญญาณนี้จะมีความสามารถในรูปแบบใดได้บ้าง”


ชิพพูดคุยกับองค์หญิงเฮเลนอยู่นานจนในที่สุดคีรอนก็เดินเข้ามาเรียกเธอ เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าชิพ เมื่อองค์หญิงเฮเลนจากไป เขาก็เหมือนกับถูกทิ้งไว้คนเดียวท่ามกลางผู้คนมากมายอีกครั้ง ทุกคนต่างมีรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ เขายังสับสนกับสิ่งที่องค์หญิงพยายามบอกกับเขา ชิพเดินออกไปนอกระเบียงเงียบๆ ก่อนที่เขาจะเดินไป เขาสบตากับไพน์ ไพน์ทำท่าเหมือนจะเดินเข้ามาหาไพน์แต่กลับถูกหญิงสาวหลายนางที่แต่ตัวดีดึงตัวเขาไว้ พวกหล่อนห้อมล้อมพูดคุยกับเขา ไม่ต่างจากสองสาวป๊อปคอร์นและชีสที่ต่างถูกผู้คนภายในงานห้อมล้อมไว้ทำให้ขยับออกไปไหนไม่ได้เลย


ชิพออกมายืนมองท้องฟ้าอันดำมืดที่เต็มไปด้วยดวงดาวพราวอยู่เต็มท้องฟ้า ดวงดาวในท้องฟ้ายามราตรีของที่นี่มีมากกว่าที่โลกเดิมของเขาอย่างเห็นได้ชัด ชิพหันหลังกลับมองเข้าไปในงานเลี้ยงผ่านประตูบานใหญ่ที่เขาเพิ่งก้าวข้ามออกมา เขาพิงตัวอยู่บนรั้วกัน ที่ทำหน้าที่กั้นพื้นที่ส่วนระเบียงและสวนของพระราชวังออกจากกัน ชิพกวาดสายตาไปรอบงานเลี้ยง เขาบังเอิญสบตาคีรอนครู่หนึ่งก่อนที่สายตาของคีรอนจะเปลี่ยนเป็นเมินเฉย และหันหนีออกไปจากสายตาของชิพ


เฮ้อ~


นี่เราไปทำอะไรให้องค์ชายโกรธกันนะ ชิพพูดกับตัวเองก่อนที่จะเดินลงบันไดระเบียงเพื่อปลีกวิเวกเข้าไปในสวนดอกไม้อันเงียบสงบ ท่ามกลางแสงของดวงดาวที่ส่องพอให้เขาเห็นทางที่จะเดินเข้าไปได้ ชิพเดินเตร็ดเตร่ไกลออกไปตามทางเดิน เขาหันหลังกลับไปมองระเบียงงานเลี้ยง ประตูงานเลี้ยงที่เคยใหญ่โต ตอนนี้กลับเล็กลงเมื่อเขาเดินห่างมันออกมา ความเงียบอันแสนสงบ เขารู้สึกสบายใจมากกว่าเมื่อครู่มากมายนัก


การที่คนเราเป็นคนที่ไม่มีชื่อไม่มีอะไรเลย มันกลับทำให้ถูกทอดทิ้งหมางเมินอีกทั้งยังถูกละเลยได้ถึงเพียงนี้ ชิพเพิ่งเข้าใจสัจธรรมในข้อนี้ สายลมเย็นสบายพัดผ่านเข้ามาระลอกหนึ่ง มันช่วยปัดเป่าความรู้สึกไม่ดีของเขาไปได้บ้าง ชิพหยุดยืนอยู่บนพื้นหญ้านุ่มๆ เขาสามารถสัมผัสได้แม้จะสวมรองเท้าอยู่ก็ตาม เขาครุ่นคิดถึงบ้าน ความคิดถึงพ่อแม่ทำให้ความรู้สึกของเขาเอ่อล้นขึ้นมาจนน้ำตาไหลออกมาเอง เขาเอามือขึ้นมาปาดน้ำตาตัวเองและพยายามอดกลั้นมันเอาไว้


ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!


เสียงฝีเท้าใกล้เข้ามา เขาหันกลับไปมองตามทางที่เขาเดินผ่านมา เห็นหญิงรับใช้ที่เขาถ่ายรูปด้วยกำลังเร่งเดินตรงมาหาเขา


“ท่านชิพค่ะ ท่านมาทำอะไรที่นี่คะ” หญิงสาวถามด้วยท่าทีเป็นห่วงเป็นใย


“ผมแค่ออกมาเดินเล่นครับ เอ่อ… คุณชื่อว่าอะไรนะครับ”


หญิงรับใช้หอมหายใจครู่หนึ่ง เธอเร่งรีบติดตามเขามาจนเหนื่อยหอบ “ดิฉันชื่อ ลีดาค่ะ”


ชิพมองไปที่ลีดา เขารู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ก่อนหน้านี้เขารู้สึกเหมือนโดดเดี่ยวถูกทอดทิ้งให้อยู่คนเดียว ชิพเดินเข้าไปใกล้ลีดา เพื่อที่จะเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง แต่ลีดาตกใจขยับถอยเพราะต้องการเปิดทางให้กับชิพ หล่อนเป็นหญิงรับใช้ ไม่ควรที่จะขวางทางนาย แต่ด้วยแข้งขาที่อ่อนแรง หล่อนสะดุดก้อนอิฐตรงขอบทางเดินที่เป็นโนนสูงขึ้นมากว่าทางเดินเล็กน้อย


ว้าย!!


ชิพยืดแขนของเขาออกไปคว้าแขนของลีดาเอาไว้ได้ และดึงเข้ามาหาตัวเพื่อไม่ให้เธอล้มลงไป ตัวของลีดาถูกดึงเข้ามาแนบชิดกับตัวเขา ชิพโอบเอวเธอสองร่างแนบชิดใบหน้าของทั้งคู่ใกล้กันเพียงแค่คืบ ชิพค้างอยู่อย่างนั้น พวกเขาได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกันและสัมผัสได้ถึงไออุ่นของร่างกาย ชิพรับแรงสั่นสะเทือนที่เกิดจากการเต้นของหัวใจของลีดาที่ตอนนี้ตัวทั้งตัวแนบชิดไปกับร่างกายของเขาได้เป็นอย่างดี ความมืดสลัวที่อาศัยแสงไฟจากแสงดาวและแสงเดือนที่สาดส่องลงมาให้คนสามารถมองเห็นต้นหญ้าที่กำลังลู่ลมและใบไม้ที่พัดไหวไปตามแรง เสียงจิ้งหรีด ที่ดังกังวานไปทั่วพื้นที่อันเงียบสงัด


ชิพมองไปที่ใบหน้าของลีดา ใบหน้าของเธอสวยน่ารักในแบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนในโลกเดิม ความงามที่ทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเคลิบเคลิ้ม จนทำให้เขารู้สึกเมามาย เขาและเธอต่างมองตากันและกันโดยไร้ซึ่งคำพูดและการเคลื่อนไหว จะมีก็เพียงเสียงหัวใจที่กำลังสั่นสะท้าน และความวาบหวามที่ก่อเกิดและแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง



ตอนต่อไป
ตอนที่ 8 งานเลี้ยง (2)

ความคิดเห็น