ตอนที่ 15 ฝึกซ้อมพิเศษ “วิ่งผลัด”
โดย  

สีหน้าของหัวหน้าหม่าหมองลงทันที การได้เหรียญรางวัลในการแข่งกรีฑาระดับนานาชาติสักเหรียญมันไม่ใช่เรื่องง่าย อีกทั้งการแข่งวิ่ง 4x100 เมตรเป็นการแข่งแบบทีม แสดงถึงระดับของนักวิ่งระยะสั้นของทีมชาติทั้งทีม เหรียญรางวัลจึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ดังนั้นหัวหน้าหม่าจึงไม่อยากจะทิ้งเหรียญรางวัลแข่งวิ่งผลัด 4x100 เมตรในการแข่งขันกรีฑาชิงแชมป์เอเชียคราวนี้


แม้แต่การออกตัวจางกว้านก็ยังไม่คล่อง ไม่ต้องพูดถึงการวิ่ง 4x100 ที่ไม่เคยวิ่งมาก่อนเลย การต่อสู้ในระดับสูง จางกว้านจะกลายเป็นตัวถ่วงของทีมแน่นอน ดังนั้นการวิ่ง 4x100 เมตรในการแข่งกรีฑาชิงแชมป์เอเชียครั้งนี้คงไม่ต้องหวังแล้วล่ะ


หัวหน้าหม่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงถามคนที่อยู่ตรงข้ามว่า “หัวหน้าถัง คุณมีความคิดอะไรดีๆ ไหม”


สายอาชีพของหัวหน้าถังนั้นไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกีฬา ที่เขาสามารถมานั่งอยู่ในที่ประชุมนี้ได้เป็นเพราะความสามารถที่โดดเด่นของเขา เมื่อเทียบกับคนที่เติบโตมากับการเป็นนักกีฬาที่อยู่รอบๆ แล้ว หัวหน้าถังที่มาจากคณะสถิติจากมหาวิทยาลัยชิงหวา ย่อมมีความคิดความอ่านที่รวดเร็วกว่ามาก


หัวหน้าถังไม่รอช้า เขารีบตอบโดยทันที “หัวหน้าหม่าครับ ผมคิดว่าควรจะรีบเรียกจางกว้านเข้ามาทีมชาติแล้วรีบจัดคนมารับผิดชอบฝึกพิเศษวิ่ง 4x100 เมตรให้กับเขาโดยทันที”


“การฝึกนักกีฬามันไม่ได้ใช้เวลาแค่วันสองวัน อีกแค่สิบวันก็จะถึงการแข่งกรีฑาชิงแชมป์เอเชียแล้ว เอามือใหม่มาฝึกวิ่ง 4x100 กลัวว่าจะไม่ทันน่ะสิ” คนที่อยู่ข้างๆ พูดขึ้นมา


“เช่นนั้นจึงต้องฝึกพิเศษ” หัวหน้าถังพูดพร้อมกับชูกระดาษที่วาดรูปเหมือนลู่วิ่งบนกระดาษในมือขึ้นมา ชี้แล้วพูดว่า “จางกว้านเป็นนักกีฬามือใหม่ ตอนนี้เขาเคยแต่ฝึกวิ่ง 100 เมตร พูดอีกอย่างก็คือเขาวิ่งทางโค้งไม่ได้ ในการแข่งวิ่ง 4x100 เมตร ไม้ที่ 1 กับไม้ที่ 3 ต่างก็เป็นทางโค้ง จางกว้านวิ่งไม่ได้แน่นอน ก็เหลือแค่ไม้ที่ 2 กับไม้ที่ 4 ที่จะให้เขาวิ่งได้ นักกีฬาที่วิ่งไม้ที่ 2 ต้องคอยรับไม้จากคนที่ 1 และส่งไม้ให้คนที่ 3 จึงจำเป็นต้องมีทักษะการรับและการส่งไม้ แต่ในไม้ที่ 4 นักกีฬาเพียงแค่รับไม้จากคนที่ 3 ไม่จำเป็นต้องใช้ทักษะการส่งไม้ ในไม้ที่ 4 หลังจากรับไม้แล้วจะเป็นทางโค้งเพียงนิดเดียว ระยะทางที่เหลือก็จะเป็นการวิ่งทางตรงเหมือนที่เขาฝึกวิ่ง 100 เมตรอยู่เป็นประจำ ดังนั้นพวกเราจึงจำเป็นต้องฝึกเทคนิคการรับไม้ให้กับจางกว้าน ให้เขาวิ่งไม้ที่ 4 ก็ใช้ได้แล้ว”


“นี่เป็นความคิดที่ดีมาก” โค้ชอวี๋พยักหน้า “ถ้าอย่างนี้นักกีฬาทั้ง 4 คน ก็จะให้เฉินเจี้ยนวิ่งไม้ที่ 1 เสิ่นเป้าวิ่งเป็นไม้ที่ 2 หยางเย่าเดิมทีเป็นนักวิ่ง 200 เมตร ประสบการณ์ในการแข่งขันมีมาก เทคนิครอบด้าน วิ่งไม้ที่ 3 คงไม่มีปัญหา จางกว้านวิ่งไม้ที่ 4 เขาจะได้แสดงความเร็วของเขาออกมา ในระยะเวลาสิบวันแค่เรียนรู้เทคนิคการรับไม้อย่างเดียวสามารถทำได้อยู่แล้ว ถ้าโชคดีล่ะก็ เหรียญรางวัลในการวิ่ง 4x100 เมตรต้องกลับมาอยู่ในมือเราแน่ๆ”


หัวหน้าหม่าตบโต๊ะ “เอาตามนี้แล้วกัน ถึงแม้จะมาเปลี่ยนตัวตอนใกล้แข่งอย่างนี้ แต่เราก็จะไม่ยอมทิ้งเหรียญรางวัลนี้ง่ายๆ เพื่อชื่อเสียงของประเทศ ยังไงก็ต้องลองดูสักตั้ง!”


.....


หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมง จางกว้านก็ได้รับแจ้งว่าให้ไปเข้าร่วมการแข่งกรีฑาชิงแชมป์เอเชีย


จางกว้านไม่รู้ว่าแท้จริงเกิดอะไรขึ้นกันแน่เรื่องราวถึงได้กลับตาลปัตรเช่นนี้ ส่วนอาจารย์เฉินก็เหมือนจะพอคาดเดาอะไรได้ แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา


จางกว้านนั่งรถไฟเที่ยวกลางคืนตรงไปยังเมืองหลวง วันที่สอง จางกว้านก็มาถึงศูนย์ฝึกซ้อมกรีฑาทีมชาติ


โค้ชอวี๋มาฝึกซ้อมให้จางกว้านด้วยตัวเอง และทีมชาติยังส่งคู่ซ้อมมาให้จางกว้านโดยเฉพาะอีกคนหนึ่ง


“เสี่ยวจาง เมื่อก่อนเคยวิ่งผลัด 4x100 เมตรไหม?” โค้ชอวี๋ถาม


จางกว้านส่ายหัว “เคยดูคนอื่นวิ่ง แต่ตัวเองไม่เคยวิ่งครับ”


“อย่างงั้นเรามาพูดเรื่องกฎกติกากันก่อนก็แล้วกัน” โค้ชอวี๋พูดอย่างจนปัญญา เขาเป็นถึงรองหัวหน้าโค้ชหลักของทีมชาติกรีฑาและเป็นคนที่รับผิดชอบการฝึกซ้อมทั้งหมด ภายในมือเขาล้วนเป็นนักกรีฑาชั้นยอดของประเทศ แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่าโค้ชทีมชาติอย่างเขาจะต้องมาอธิบายเรื่องกฎกติกาการแข่งขันที่เป็นพื้นฐานที่สุดให้กับนักกีฬาคนหนึ่ง


โค้ชอวี๋ชี้ไปบนกระดานที่เตรียมเอาไว้ พร้อมกับพูดว่า “ตรงนี้คือเขตเตรียมวิ่ง ภายในเขตเตรียมวิ่งไม่สามารถรับไม้ได้ จะรับไม้ต้องไปถึงเขตรับส่งไม้ที่อยู่ด้านหน้าก่อนจึงจะสามารถรับได้ เขตในการรับส่งไม้มีระยะ 20 เมตร เพียงพอที่จะให้นักกีฬารับไม้ หน้าที่ของเธอที่เป็นไม้ที่ 4 คือ ออกตัวในเขตเตรียมวิ่ง รับไม้ในเขตรับส่งไม้ แล้ววิ่งให้เร็วที่สุดไปเข้าเส้นชัย”


“เข้าใจแล้วครับ” จางกว้านบอก


โค้ชอวี๋พูดต่อ “ในการแข่งวิ่ง 4x100 เมตร การรับไม้ถือว่าสำคัญที่สุด จังหวะการรับไม้ต้องมาจากความชำนาญของคนรับและคนส่งเป็นสำคัญ ดังนั้นเธอต้องฟังเสียงของไม้ที่ 3 ให้ดี ถ้าเขาให้เธอยื่นมือ เธอก็ยื่นมา เขาให้เธอรับไม้ เธอก็จับไม้ไว้ให้แน่นแล้วพุ่งไปข้างหน้า เข้าใจหรือยัง?”


“เข้าใจครับ” จางกว้านพยักหน้าอีกครั้ง


“ฉันหาคู่ซ้อมมาฝึกรับไม้ให้กับเธอแล้ว อีกสองวันหยางเย่าที่เป็นไม้ที่ 3 ถึงจะมา ถึงเวลานั้นค่อยให้เขามาฝึกซ้อมกับเธอ เรามีเวลาน้อยมากแค่ 10 วัน ดังนั้นระดับการฝึกในหลายวันนี้จะหนักมาก เธอต้องเตรียมตัวเตรียมใจเอาไว้ให้ดี” โค้ชอวี๋พูด


“โค้ชอวี๋วางใจได้ ผมจะตั้งใจฝึกซ้อมให้เต็มที่ครับ”


...


“ออกตัว!”


“ยื่นมือ!”


“หยุด! หยุดก่อน!” โค้ชอวี๋ตะโกนเสียงดัง บนลู่วิ่งในเวลานี้ จางกว้านวิ่งออกไปนอกเขตรับส่งไม้แล้ว แต่ไม้ยังคงอยู่บนมือคู่ซ้อมคนนั้นของเขา


โค้ชอวี๋ขมวดคิ้วมองทั้งสองคน พูดว่า “แต่ไหนแต่ไรมาเจอแต่คนรับไม้วิ่งช้าจนกระทบต่อจังหวะการรับไม้ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอคนรับไม้วิ่งเร็วเกินจนคนส่งไม้วิ่งไม่ทัน”


คู่ซ้อมของจางกว้านสีหน้าไม่สู้ดี เมื่อก่อนเขาเองก็เป็นนักกีฬาอาชีพ ต่อมาต้องเกษียณตัวเองเนื่องด้วยอาการบาดเจ็บ เดิมทีสมัครมาเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติ ถึงบอกว่าเป็นผู้ช่วย แต่จริงๆ แล้วงานที่เขาต้องทำเป็นประจำคือเป็นคู่ฝึกซ้อมให้กับนักกีฬา งานหนักเงินเดือนน้อยสวัสดิการก็ไม่ดี แล้วยังไม่มีตำแหน่งอย่างเป็นทางการ แต่ประวัติการทำงานในตำแหน่งผู้ช่วยโค้ชทีมชาติก็ทำให้ประวัติส่วนตัวของเขาดูดีขึ้นไม่น้อย อนาคตหากไปสมัครเป็นโค้ชอยู่ในทีมกีฬาระดับเมืองหรือทีมมหาวิทยาลัยสักทีมก็จะง่ายขึ้นเยอะ


คู่ซ้อมคนนี้ แม้เขาจะมีฝีมือยอดเยี่ยมแต่ก็ยังไม่ถึงระดับนักกีฬาทีมชาติ วันนี้เขาต้องมาเจอตัวประหลาดอย่างจางกว้าน ผลก็คือตอนจะรับส่งไม้ เขาวิ่งไล่ตามความเร็วของจางกว้านไม่ทันทำให้รับไม้พลาด


โค้ชอวี๋เองก็รู้ระดับของคนที่เป็นคู่ซ้อมให้จางกว้านดี นอกเสียจากต้องหานักกีฬาจริงๆ จากในทีมชาติมาเป็นคู่ซ้อมให้จางกว้าน ไม่เช่นนั้นก็ยากที่จะไล่ตามความเร็วของจางกว้านทัน แต่นักกีฬาทีมชาติทั้งหมดในตอนนี้ต่างก็อยู่ที่งานแข่งกรีฑากรังด์ปรีซ์ชิงแชมป์ประเทศที่เมืองหวงผู่ โค้ชอวี๋เลยจำใจต้องให้คู่ซ้อมคนนี้มาซ้อมกับจางกว้าน


โค้ชอวี๋จึงพูดกับจางกว้านว่า “เสี่ยวจาง นี่แค่ฝึกซ้อม สิ่งสำคัญคือให้เธอได้รู้จักการวิ่งผลัด 4x100 เมตร คุ้นเคยกับการรับส่งไม้ ไม่จำเป็นต้องวิ่งให้เร็วขนาดนั้น รอเธอรับไม้จนชำนาญหยางเย่าก็น่าจะกลับมาถึงที่นี่แล้ว ถึงตอนนั้นค่อยให้เขามาฝึกซ้อมกับเธอ เอาล่ะ พวกเรามาลองกันอีกครั้ง!”


ดังนั้นจางกว้านจึงไม่ใช้ทักษะสปรินต์ แล้วเริ่มฝึกซ้อมการรับไม้อีกครั้ง


“ออกตัว!”


“ยื่นมือ!”


“รับไม้! ดี ดีมาก! หยุดก่อน ลองอีกครั้ง!”


โค้ชอวี๋ส่งสัญญาณให้จางกว้านกลับมาที่พื้นที่เตรียมตัวออกวิ่ง ฝึกซ้อมใหม่อีกครั้ง


การรับไม้ในการวิ่งผลัด หลักๆ มีอยู่สามวิธี วิธีที่หนึ่งคือการรับส่งไม้แบบยื่นให้ การรับส่งไม้วิธีนี้นักกีฬาทั้งสองต้องอยู่ใกล้กันมากจึงจะรับส่งไม้สำเร็จ แต่ข้อเสียคือไม่สามารถร่นระยะทางในการวิ่งได้ ส่วนใหญ่นักกีฬาที่ใช้วิธีนี้จะเป็นนักกีฬาสมัครเล่นที่ไม่เคยผ่านการฝึกซ้อมมาก่อน

วิธีที่สองคือการรับส่งไม้จากด้านล่าง คนที่รับไม้ยื่นมือมาด้านหลัง ง่ามมือระหว่างนิ้วโป้งและนิ้วชี้หันลงที่พื้น คนที่ส่งไม้ทำการส่งไม้จากด้านล่างขึ้นมาด้านบนใส่มือของผู้รับไม้ การรับส่งไม้อย่างนี้สามารถฝึกให้ชำนาญได้ง่าย แต่ข้อเสียคือ คนที่วิ่งเป็นไม้ที่ 4 ในช่วงเวลาที่รับไม้ จะจับได้เพียงส่วนที่เป็นปลายไม้ ซึ่งจะทำให้ไม้หล่นได้ง่ายหรือไม่ก็กระทบต่อการถือไม้วิ่งทำความเร็ว


วิธีที่สามคือการรับส่งไม้โดยตีไม้ลงมาจากด้านบน คนที่รับไม้ยื่นมือออกไปด้านหลัง ฝ่ามือหงายขึ้น นิ้วมือทั้งห้ากางออก ง่ามมือระหว่างนิ้วชี้และนิ้วโป้งหันไปด้านหลัง คนที่ส่งตีไม้ลงบนมือของผู้รับจากด้านบน วิธีนี้ง่ายต่อการถือไม้วิ่งทำความเร็ว การรับส่งไม้ค่อนข้างแม่นยำ แขนที่ยื่นไปข้างหลังของคนที่รับไม้จะเคลื่อนไหวไม่ค่อยสบาย อีกทั้งวิธีการรับส่งไม้นี้ยังใช้เทคนิคค่อนข้างสูง นักกีฬาอาชีพล้วนใช้วิธีนี้ในการรับส่งไม้


หลักๆแล้วข้อแตกต่างระหว่างวิธีที่สองและวิธีที่สาม คือฝ่ามือที่หงายขึ้นหรือคว่ำลง คนปกติเวลาหยิบจับสิ่งของ ใช้มือดึงมาย่อมมั่นคงกว่าการใช้มือคว้าจับ แต่นักกีฬาเวลารับไม้ มือต้องยื่นออกไปด้านหลัง ขณะที่วิ่งด้วยความเร็ว การที่ต้องยื่นมือไปข้างหลังและหงายฝ่ามือขึ้นจะรู้สึกไม่สบายเป็นอย่างมาก ดังนั้นการใช้วิธีรับไม้คทาจากด้านบนต้องใช้เทคนิคของคนรับไม้ค่อนข้างสูง


เนื่องจากจางกว้านเป็นมือใหม่ ไม่เคยวิ่งผลัดมาก่อน โค้ชอวี๋จึงตัดสินใจให้จางกว้านใช้วิธีรับส่งไม้จากด้านล่างซึ่งวิธีนี้จะไม่กระทบต่อความเร็วของจางกว้าน ทั้งยังฝึกให้ชำนาญได้ง่าย อีกทั้งจุดที่ยากในการส่งไม้ก็อยู่ที่คนที่ 3 ส่วนคนที่เป็นไม้ที่ 4 แค่จับไม้ให้ดี ไม่ทำไม้ตกก็พอ


เหตุผลที่สำคัญอีกข้อคือเวลาที่กระชั้นเข้ามา หลังจากจางกว้านฝึกรับไม้จนชำนาญแล้ว ยังต้องฝึกรวมกับนักกีฬาที่เหลืออีก 1-2 วัน ถ้าตัดเรื่องเวลาที่บินไปฟิลิปปินส์และเวลาที่ต้องไปรายงานตัวก่อนการแข่ง โค้ชอวี๋คิดว่าจางกว้านสามารถฝึกการรับไม้จากด้านล่างได้ชำนาญก็ถือว่าไม่เลวแล้ว


ระยะเวลาตลอด 5 วัน จางกว้านนอกจากฝึกฝนร่างกายที่เป็นพื้นฐานแล้ว หลักๆ คือฝึกซ้อมรับไม้ เนื่องจากการแข่งใกล้เข้ามา เพื่อให้นักกีฬาได้เก็บแรงและหลีกเลี่ยงอาการบาดเจ็บ จึงไม่ให้นักกีฬาฝึกซ้อมหนักจนเกินไป หากนับเวลาที่ใช้พักผ่อนในระหว่างฝึกซ้อม ทุกวันจางกว้านจะฝึกซ้อมประมาณวันละ 5 ชั่วโมง ซึ่งที่จริงแล้วขีดความสามารถของร่างกายทั่วไปจะไม่เกิน 4 ชั่วโมง


สติปัญญาของจางกว้านไม่ถือว่าดีแล้วก็ไม่ได้แย่ ฝึกซ้อมอยู่หลายวัน จุดสำคัญของเทคนิคก็ถือว่าฝึกจนคุ้นเคยแล้ว ไม่มีความผิดพลาดระหว่างการรับไม้เกิดขึ้น แต่ก็ยังห่างชั้นจากนักกีฬาอาชีพระดับสูงอีกเยอะ


ขณะเดียวกันจางกว้านเองก็หวังว่าในระบบน่าจะมีอะไรที่ช่วยเขาได้ แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะการรับไม้ไม่ใช่เทคนิคที่ยากจนเกินไป ในระบบเลยไม่มีความสามารถที่เกี่ยวข้อง จางกว้านจึงต้องพัฒนาความสามารถด้วยตัวเอง


หลังจากนั้นสองวัน หยางเย่าก็มาถึงศูนย์กรีฑา เข้าฝึกซ้อมรับส่งไม้กับจางกว้านสองคน


และอีกสองวันให้หลัง เฉินเจี้ยนและเสิ่นเป้าก็มาถึง ทั้งสี่ฝึกซ้อมด้วยกันอยู่สองวัน จากนั้นก็ขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าไปยังฟิลิปปินส์ทันที


......................................................................................................


ตอนต่อไป
ตอนที่ 16 ผ่านเข้ารอบแบบสบายๆ

ความคิดเห็น