ตอนที่ 11 ข้าคือของเล่น?
โดย  

มนุษย์ยักษ์ร่างทองแขนโตพุ่งเข้าหาเมอร์ลินด้วยแรงกดดันที่มหาศาล


“พลังนี้น่ากลัวเกินไป ข้าไม่สามารถหลบมันได้แน่”


เมื่อไม่สามารถหลบหลีกการโจมตีนี้ได้ เมอร์ลินจึงรีบผนึกพลังปราณเซียนไว้ทั่วร่างอย่างฉับพลัน เขาคิดว่าอย่างน้อยพลังปราณเซียนนี้จะสามารถลดทอนความเสียหายจากการปะทะนี้ได้


ตูม!


เป็นไปตามคาดแม้เมอร์ลินจะเคลือบพลังปราณเซียนไว้ทั้งร่าง แต่ด้วยพลังหมัดของมนุษย์ยักษ์ร่างทองแขนโตที่ซัดเข้ามาก็ทำให้เขาลอยละลิ่วดั่งว่าวสายป่านขาด


เมอร์ลินนั้นปลิวไปเกือบหนึ่งร้อยเมตร


เมอร์ลินพยายามทรงตัว เขาใช้ขาทั้งสองข้างของเขายันกับพื้นเพื่อต้านแรงของหมัดจนหยุดนิ่ง เขาก็คิดได้ว่าเขาไม่อาจตั้งรับกับเหตุการณ์เช่นนี้ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วไม่นานเขาอาจจะต้องถูกอัดเพียงฝ่ายเดียวจนต้องตายตกอยู่ที่นี่


ร่างเล็กกำหมัดแน่น เขาใช้พลังปราณเซียนของเขาผนึกพลังหน่วงเอาไว้ที่หมัด พลันหมัดข้างขวาของเขาก็เริ่มเปล่งแสงสีฟ้าอ่อนๆ ออกมา เท้าเล็กๆ นั้นขยับเคลื่อนไหวเปลี่ยนตำแหน่งเพียงเล็กน้อย ว่าแล้วร่างของเด็กน้อยก็ถีบตัวออกไปและเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว


ย๊าก!


ร่างของเมอร์ลินพุ่งตัวออกไปดั่งลูกธนูออกจากแล่ง แสงสีฟ้าจากหมัดของเขาเปล่งออกมาเป็นเส้นแสง เขาพุ่งเข้าโจมตีมนุษย์ยักษ์ร่างทองแขนโตอย่างรวดเร็วและทรงพลัง


ซูม!


พลังหมัดอันทรงพลังของเมอร์ลินถูกซัดออกไปอย่างเต็มกำลังจนบังเกิดเป็นแสงวูบวาบเปล่งออกมา


แต่แล้วก็เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝัน เมื่อหมัดอันทรงพลังที่ซัดออกไปนั้นกลับถูกแขนอันใหญ่ยักษ์นั้นตั้งท่ารับเอาไว้อย่างง่ายดาย มิหนำซ้ำมันยังรับการโจมตีนี้ด้วยมือข้างเดียว


เจ้านี่แข็งแกร่งเกินไป


พลังปราณเซียนระดับ 5 ของขั้นรวบรวมปราณไม่อาจทำอะไรมันได้ และดูเหมือนว่ากว่าเมอร์ลินจะรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว เจ้าตัวประหลาดนั้นแสดงท่าทางที่พึงพอใจและฉีกยิ้มออกมาอย่างน่าเกลียด


ทันใดนั้นเองร่างของเมอร์ลินก็ถูกมืออีกข้างหนึ่งประกบเข้ากับลำตัวของเขาอย่างรวดเร็ว


ปึง


มันเป็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วเป็นอย่างมาก เพียงแค่พริบตาร่างของเมอร์ลินก็ถูกสองมือของตัวประหลาดนั้นคว้าจับประกบเอาไว้ได้


เมอร์ลินพยายามที่จะขยับตัว แต่นั้นก็เกินกำลังของเขา ภายใต้มือยักษ์คู่นี้เขาไม่อาจเคลื่อนไหวใดๆ ได้เลย และด้วยความรวดเร็วอีกเช่นกัน มือยักษ์นั้นก็เปลี่ยนตำแหน่งไปรวบที่ขาของเขาทั้งสองข้าง


ร่างเล็กนั้นถูกมือยักษ์ที่ทรงพลังฟาดลงกับพื้นอย่างรุนแรง เท่านั้นยังไม่พอมันยังขว้างร่างของเมอร์ลินราวกับสิ่งของไปเบื้องหน้า


ซูม!


ร่างของเล็กนั้นปลิวออกไปด้วยความรวดเร็วและรุนแรง มันลอยละลิ่วออกไปไกลนับหลายร้อยเมตรได้


ไม่จบเพียงเท่านั้นเมื่อทิศทางที่เขาถูกขว้างออกไปดันไปขวางทางเข้ากับมนุษย์ยักษ์ร่างทองอีกตัวหนึ่งที่ยืนอยู่สายตาของมันนั้นมองเมอร์ลินที่ปลิวเข้ามาด้วยความเย่อหยิ่งและเหยียดหยาม


มนุษย์ยักษ์ร่างทองตัวนี้แม้ว่าลักษณะรูปร่างของมันจะคล้ายมนุษย์ แต่หัวของมันนั้นกลับเป็นหัวของนก มิหนำซ้ำข้างลำตัวของมันยังมีดาบปลายแหลมสะพายอยู่


การโจมตีเมื่อครู่นั้นทำให้เมอร์ลินเต็มไปด้วยความมึนงง จึงทำให้เขาไม่อาจบังคับตัวให้เปลี่ยนทิศทางของการลอยนี้ได้


แต่ในตอนนั้นเองเจ้าตัวประหลาดนั่นก็ทำสิ่งที่ไม่คาดฝัน มันยื่นมือออกมาข้างหน้าและดีดปลายนิ้วออกไปอย่างแผ่วเบา


ฮ่อง! พลันบังเกิดคลื่นพลังที่มองไม่เห็นส่งออกมา


ตูม!


ร่างของเมอร์ลินรับเข้ากับคลื่นพลังนั้นเข้าไปเต็มๆ


หากก่อนหน้านี้เขาไม่ได้เคลือบพลังปราณเซียนเอาไว้เขาคงไม่อาจมีชีวิตรอด เจ้าตัวประหลาดเหล่านี้ล้วนแข็งแกร่งและเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจ


ร่างของเมอร์ลินถูกคลื่นพลังกระแทกซัดกระเด็นไปยังทิศทางเดิมอีกครั้งหนึ่ง


ตุบ ตุบ


ด้วยพลังคลื่นกระแทกนั้นทำให้ร่างของเขาไถลมาจนถึงปลายเท้าของเจ้ามนุษย์ยักษ์ร่างทองแขนโตอีกครั้งหนึ่ง


“เจ้านั่นจงใจส่งข้าให้กับสหายของมัน” เมอร์ลินกัดฟันอย่างแค้นใจ


สภาพของเมอร์ลินในตอนนี้แทบจะเรียกว่าดูไม่ได้ เจ้าตัวประหลาดเหล่านี้มีพลังที่มากเกินไป สิ่งที่พวกมันทำคือการหยอกล้อกับเขาเพียงเท่านั้น นี่ไม่ใช่พลังที่แท้จริงของพวกมัน หากพวกลงมืออย่างจริงจังเขานั้นต้องจบชีวิตภายในการโจมตีเดียวเป็นแน่


เมอร์ลินเงยหน้าและจ้องไปที่ใบหน้าของเจ้าแขนโต ในตอนนี้มันกำลังเผยรอยยิ้มอันน่าสะอิดสะเอียดออกมา ดูเหมือนว่ามันคงถูกใจของเล่นชิ้นนี้เป็นอย่างมาก


“หรือข้าต้องมาจบชีวิตที่นี่” แววตาของเมอร์ลินในตอนนี้เต็มไปด้วยความหมองหม่น


แขนอันใหญ่ยักษ์ถูกเงื้อขึ้นกลางอากาศอีกครั้ง ครั้งนี้ดูเหมือนว่ามันคงพร้อมที่จะจบชีวิตของเมอร์ลิน เด็กน้อยในตอนนี้ไม่ต่างจากมดปลวกที่พวกมันจะเหยียบย่ำเมื่อไหร่ก็ได้


แขนยักษ์ถูกซัดเหวี่ยงลงมาอย่างเต็มแรง


“ข้าไม่ยอมตายอย่างนี้แน่” เมอร์ลินเอ่ยในใจพร้อมกับฉายแววตาที่มุ่งมั่น


เขาใช้จังหวะที่เจ้าแขนโตย่ามใจแอบใช้วิชาตัวเบากระบวนท่าจันทร์เลือนรางหายไปจากตรงนั้นในพริบตา


พรึบ!


ร่างของเด็กน้อยจางหายออกไปก่อนที่หมัดจะถูกเหวี่ยงลงมาเพียงเสี้ยววินาที


ตูม!


การโจมตีของเจ้าแขนโตนั้นรุนแรงเป็นอย่างมาก แต่ทว่าร่างของเด็กน้อยกลับไม่อยู่ ณ จุดนั้นอีกต่อไป แต่มันกลับไปปรากฏอยู่บนหลังของเจ้าแขนโตราวกับหายตัว


เมอร์ลินใช้มือซ้ายยึดเหนี่ยวรั้งคอของเจ้าแขนโตเอาไว้ เขาผนึกพลังปราณเซียนไปที่มือขวาอย่างเข้มข้นบังเกิดแสงสีฟ้าเข้มเปล่งประกายออกมา


หมัดที่เต็มไปด้วยพลังปราณเซียนนั้นถูกระดมซัดไปที่ศีรษะของเจ้าแขนโตอย่างบ้าคลั่ง การโจมตีของเขาบังเกิดเสียงเลื่อนลั่นราวกับกัปนาท


ปัง! ปัง! ปัง!


แต่ทว่า ...


“บัดซบ! ไม่กระทบกระเทือนกับการโจมตีของข้าเลยแม้แต่น้อย”


ใบหน้าของเมอร์ลินนั้นกลายเป็นบิดเบี้ยวราวกับกินยาขม นั่นเพราะการโจมตีของเขากลับไม่ส่งผลใดๆ กับเจ้าแขนโตเลยแม้แต่น้อย


มิหนำซ้ำมันยังกระทำการท้าทายโดยการยืนนิ่งปล่อยให้เมอร์ลินโจมตีจนเกือบจะหมดแรง


มันคือตัวตนที่เย่อหยิ่ง การกระทำของมันนั้นเต็มไปด้วยการเหยียดหยาม


เมอร์ลินรู้สึกคับแค้นใจเป็นอย่างมาก


ไวเท่าความคิด เมื่อจู่ๆ มืออันใหญ่ยักษ์นั้นโผล่มายังด้านหลังของเมอร์ลิน มันเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว เร็วเสียจนเมอร์ลินไม่อาจตั้งรับได้


มือนั้นคว้าจับร่างของเมอร์ลินอย่างเต็มมือและโยนขึ้นไปกลางอากาศ


เจ้าแขนโตใช้มืออีกข้างหนึ่งของมันง้างหมัดแล้วชกเข้าไปที่กลางลำตัวของเมอร์ลินอย่างรวดเร็ว


ตูม!


หมัดยักษ์นั้นเต็มไปด้วยพลัง มันถูกใช้ออกมาด้วยความรวดเร็วและรุนแรงเป็นอย่างมาก


แม้ร่างของเมอร์ลินจะเคลือบด้วยพลังปราณเซียน แต่มันก็ไม่อาจสกัดกั้นอาการบาดเจ็บที่ได้รับได้


ตึง!


ร่างเล็กนั้นถูกพลังหมัดซัดลอยไปกระทบกับเสาหินเข้าอย่างจัง


กระนั้นโชคดีที่เมอร์ลินยังคงสติเอาไว้ได้ แม้ว่าเขาจะได้รับการโจมตีที่รุนแรงแต่อาการบาดเจ็บนั้นก็ยังไม่ทำให้เขาถึงกับไร้สภาพ


เมื่อได้โอกาสเขาจึงทำการคว้าจับเกาะกับเสาหินไม่ให้ร่างของเขาร่วงหล่นลงไป


“ร้ายกาจเกินไปแล้ว เพียงแค่ระดับ 5 ของการรวบรวมปราณนั้นไม่เพียงพอที่จะรับมือกับมันได้”


ก่อนที่การโจมตีครั้งต่อไปจะเริ่มขึ้น เขาจะต้องพยายามเสาะหาทางรอดทางอื่น


เมื่อเมอร์ลินมองไปยังเบื้องล่างของเสาหินโบราณเขากับพบกับมนุษย์ยักษ์ร่างทองจำนวนนับร้อยตัวกำลังจ้องมองที่มาที่เขา และกวาดสายตาให้ไกลออกไปมนุษย์หินยักษ์นับหมื่นก็กำลังรอคอยจังหวะในการไล่ล่าเขาเช่นกัน


เมื่อเบื้องล่างไม่ใช่ทางออก ก็คงมีแต่ด้านบนเท่านั้นที่เป็นทางรอด


น่าเสียดายที่เขายังไม่บรรลุถึงระดับขั้นก่อลำต้น มิเช่นนั้นแล้วเขาคงสามารถเหาะเหินกลางอากาศเพื่อหลบหนี แต่ในยามนี้สิ่งที่เขาทำได้ก็คือการปีนขึ้นไปบนยอดของเสาหินโบราณนี้เท่านั้น


เมอร์ลินเริ่มทำการปีนขึ้นไปในทันที ระหว่างนั้นเขาก็ลอบสังเกตเหตุการณ์เบื้องล่างไปด้วย


“ทำไมพวกมันถึงได้มีท่าทางที่กังวล?”


เมอร์ลินมองไปยังเบื้องล่างเขาก็พบว่ามนุษย์ยักษ์ร่างทองเหล่านั้นมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ทันทีที่เขาเริ่มปีนขึ้นไปบนยอดเสาหินโบราณ พวกมันก็แสดงความกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัด


“ข้างบนสุดของเสาหินต้นนี้จะต้องมีอะไรแน่ๆ”


เมื่อเห็นดังนั้นเมอร์ลินจึงเร่งความเร็วในการปีนทันที เขาใช้วิชาตัวเบาพุ่งตัวขึ้นสู่บนยอดของเสาหินอย่างรวดเร็ว และดูเหมือนว่าเขาจะคิดถูก ทันทีที่เขาเร่งความเร็วในการปีนป่าย มนุษย์ยักษ์ร่างทองนับร้อยก็เริ่มที่จะไม่อยู่นิ่งอีกต่อไป


ทันใดนั้นเองมนุษย์ยักษ์ร่างทองเหล่านั้นเริ่มคว่ำครวญหวีดร้องอย่างน่ากลัว


อู้... อู้... อู้...


เสียงร้องของเจ้าสัตว์ประหลาดเหล่านั้นถูกส่งออกมาอย่างเกรี้ยวกราดและมันก็แฝงไปด้วยแรงกดดันพลังเวทย์ที่รุนแรง พวกมันเริ่มทำการปล่อยลำแสงทำลายล้างจำนวนมากมุ่งตรงมาหาเขา


ฟิ้ว ... ฟิ้ว ... ฟิ้ว ...


ตูม ... ตูม ... ตูม ...


โชคดีที่เมอร์ลินมีวิชาตัวเบาที่ล้ำเลิศ เขาหลบหลีกลำแสงพวกนั้นอย่างว่องไว แต่กระนั้นก็ยังมีบางช่วงที่เกือบจะพลาดท่าเช่นเดียวกัน พลังเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจดูแคลนได้


ลำแสงหลากสีพุ่งเข้าจู่โจมอย่างบ้าคลั่ง เมอร์ลินเร่งความเร็วเกือบเท่าตัวเพื่อให้ไปถึงบนยอดเสาหินให้เร็วที่สุด


แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสิ่งที่อยู่ข้างบนนั้นจะเป็นอะไร มันจะสามารถทำให้เขามีชีวิตรอดได้หรือไม่ แต่ในวินาทีนี้มันคือสิ่งเดียวที่เป็นความหวังของเขา


เหล่ามนุษย์ยักษ์ร่างทองที่เคยนิ่งเฉย บัดนี้พวกมันกลับเริ่มเคลื่อนไหวและพุ่งตัวเข้ามาอย่างโกรธเกรี้ยว


“สิ่งของข้างบนคืออะไรกัน ทำไมพวกมันถึงแสดงอาการที่บ้าคลั่งขนาดนี้”

ในทีสุดเมอร์ลินก็มาถึงข้างบนยอดของเสาหินโบราณ ข้างบนนี้นับว่าธรรมดาและดูไม่พิเศษใดๆ


สิ่งเดียวที่เมอร์ลินมองเห็นในตอนนี้คือแท่นประหลาดที่ยื่นออกมาจากใจกลางของเสาหินโบราณ และบนแท่นนั้นปรากฏหินรูปร่างประหลาดที่มีลักษณะคล้ายดวงตาของมนุษย์วางอยู่


หินนี้ไม่ได้มีความพิเศษใดๆ มันไม่มีแต่มีกลิ่นอายของพลังเวทย์ ลักษณะของมันดูธรรมดาเป็นอย่างมาก แต่กระนั้นเมอร์ลินก็ยังให้ความสนใจกับมันมากเป็นพิเศษ


“แม้ว่ามันจะดูธรรมดา แต่ของสิ่งนี้จะต้องเป็นของวิเศษอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นแล้วเจ้าพวกนั้นคงไม่แสดงอาการที่โกรธเกรี้ยวขนาดนี้”


ไม่มีเวลาให้เมอร์ลินได้คิดมาก เพราะในตอนนี้เขากำลังถูกตัวตนที่ทรงอำนาจจำนวนมากไล่ล่า


แต่ทว่าเพียงเสี้ยววินาทีที่เขากำลังพิจารณาหินนี้ ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่มนุษย์ยักษ์ร่างทองจำนวนมากก็ลอยอยู่เต็มทั้งท้องฟ้าแล้ว


“แย่แล้ว”


เพียงช่วงแล่นความคิดเบื้องหน้าของเมอร์ลินก็ปรากฏวงเวทย์ที่ทรงพลังจำนวนมากบังเกิดขึ้นเต็มท้องฟ้า


เจ้าสัตว์ประหลาดเหล่านี้กำลังทำการโจมตีเขา!


กลไกของวงเวทย์ผสานกันและโคจรหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เมื่อกระบวนการทำงานของวงเวทย์ทำงานได้อย่างครบถ้วน วงเวทย์เหล่านั้นก็บังเกิดลำแสงทำลายล้างที่ทรงอำนาจออกมา


ในตอนนั้นเองลำแสงทำลายล้างที่หลากสีก็พุ่งเข้าจู่โจมเมอร์ลินอย่างมืดฟ้ามัวดิน


ซูม! ซูม! ซูม!

ตอนต่อไป
ตอนที่ 12 ดวงตาเลเมเกทัน

ความคิดเห็น