บทที่ 1 คำเชิญจากแดนไกล
โดย  



บนพื้นที่รกร้างไร้ซึ่งบ้านเรือนที่อยู่อาศัย เป็นที่ตั้งของอาคารรูปทรงสี่เหลี่ยมยาวซึ่งมีโดมกระจกใสรูปครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ครอบอยู่ เมื่อดูจากข้างหน้าจะเห็นป้ายสี่เหลี่ยมระบุชื่อที่ตั้งว่า "สถาบันศึกษาและวิจัยสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์เพื่อการอนุรักษ์เวทมนตร์" หรือ "สศวอ." ซึ่งเป็นที่รู้จักในนามของศูนย์ศึกษาค้นคว้าและวิจัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตเวทมนตร์ทั้งพืชและสัตว์ ไปจนถึงซากดึกดำบรรพ์หรือกลุ่มสัตว์ขนาดใหญ่ที่สูญพันธุ์ไปแล้วอย่าง นกฟินิกส์ คราเคน เยติ หรือมังกร เป็นต้น


โดยปกติที่แล้วสถานที่ลึกลับแห่งนี้มักจะไม่ค่อยมีใครอยากย่างกายเข้ามานัก แต่ในวันนี้ ผู้อำนวยการ สศวอ. ดร.โดโนแวน มาเคน กลับต้องต้อนรับแขกที่ไม่อยากเจอด้วยอีกครั้ง...


“ดิฉัน เดลินา ตัวแทนจากวิทยาลัยเซนเทอเรีย ยินดีที่ ดร.มาเคน ให้โอกาสดิฉันได้เข้าพบค่ะ” หญิงสาววัย 23 ปี ในชุดฟอร์มของวิทยาลัยเซนเทอเรีย ยื่นมือมาจับทักทายชายหนุ่มตรงหน้า


ดร. มาเคน ชายสูงโปร่ง ก้าวเข้ามาจับมือตอบหญิงสาวตรงหน้า แม้อายุของเขาจะปาไปครึ่งชีวิตแล้ว แต่ดร.มาเคนยังดูอ่อนวัย ราวกับคนหนุ่มอายุ 30 นิดๆ เท่านั้น


“นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้เจอคนจากเมืองหลวง เธอเพิ่งเข้ามาทำงานที่เซนเทอเรียสินะ” แม้ว่าเสียงนั้นจะแผ่วเบาแค่ไหน แต่เมื่อออกมาจากปากของชายคนนี้แล้วกลับหนักแน่นยิ่งนัก


“ใช่ค่ะ ดิฉันเพิ่งเข้ามาทำงานที่เซนเทอเรียได้ 3 เดือนกว่าค่ะ”


“3 เดือนสินะ มิน่าถึงถูกสั่งให้มาที่นี่”


“คะ?”


“ฮ่าๆ ไม่มีอะไรหรอก เชิญนั่งก่อนๆ” ดร.มาเคนหัวเราะในลำคอ ก่อนจะเชิญคู่สนทนานั่งลง


“เชิญพูดธุระของเธอมาได้เลย” ดร.มาเคนยกกาแฟขึ้นมาจิบ


“อ้อ! ขอโทษค่ะ ดิฉันได้รับคำสั่งให้มาเป็นตัวแทนของวิทยาลัยเซนเทอเรีย เพื่อมารับ 'ซาราย แดน มาเคน' ลูกชายคนเดียวของ ดร.ไปเข้าเรียนค่ะ” เดลินารีบวางแก้วชาลงด้วยความประหม่า มือของเธอสั่นเล็กน้อย จนเก็บอาการไม่อยู่


“มาเชิญไปเรียนอย่างนั้นหรือ...” ดร.มาเคนหัวเราะเล็กน้อย พร้อมจ้องมองลึกลงไปที่ดวงตาของเดลินา


“เธออาจจะคิดว่า เซนเทอเรียเป็นสถาบันเก่าแก่ มีชื่อเสียงอันดับ 1 ของประเทศ แต่ละปีมีคนนับหมื่นนับแสนคนแย่งชิงสิทธิ์เข้าเรียนต่อที่นั่น ดังนั้นที่ใครได้รับสิทธิ์เข้าเรียนในสถานที่แห่งนั้นคงเป็นสิ่งที่พิเศษสุดเป็นอย่างมากสินะ น้ำเสียงของเธอมันแสดงออกเหมือนกับว่า กำลังมอบสิ่งที่พิเศษสุดให้กับคนธรรมดาตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ซึ่งควรจะสำนักบุญคุณและตอบรับข้อเสนอแต่โดยดี แต่ไม่ใช่สำหรับฉัน!”


“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ดร. เข้าใจผิดแล้ว” เดลินาลุกจากที่นั่ง ก่อนมายืนก้มหัวขอโทษชายตรงหน้า


“เธอรู้หรือเปล่า ก่อนที่เธอจะมาหาฉัน มีตัวแทนจากเซนเทอเรียมาที่นี่แล้วกี่คน ถ้านับตั้งแต่ที่ย้ายมาทำงานที่นี่ก็มีมาแล้ว 11 คนเห็นจะได้ ส่วนเธอสาวน้อย เธอเป็นคนที่ 12 เธอเห็นหรือยังว่า เซนเทอเรีย มันอยากได้ลูกชายของฉันไป ทดลอง ขนาดไหน ก็เพราะอย่างนี้ไงเธอถึงถูกใช้ให้เดินทางมาไกลถึงที่นี่ เพราะถ้าเซนเทอเรียสั่งคนอื่นที่รู้เรื่องก็คงไม่มีใครอยากมาเจอฉันแน่นอน” ดร.มาเคน เค้นเสียงหนักเมื่อพูดมาถึง คำว่า 'ทดลอง' ทำเอาเดลินาที่ฟังอยู่ตกใจขึ้นไปอีก


“กลับไปบอกเจ้านายเธอด้วยว่า คำตอบฉันยังเหมือนเดิม คือ 'ไม่' และ 'กรุณาอย่าส่งใครมาหาฉันอีก' ฝากด้วยนะสาวน้อย”


พูดจบ ดร.มาเคน ก็เดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้หญิงสาวที่เดินทางมาไกลต้องยื่นนิ่งอยู่ในห้องเพียงคนเดียว


สักพักเมื่อเดลินาก็เริ่มตั้งสติได้ เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของตนเองขึ้นมา ก่อนจะกดโทรทันที


“ว่ายังไง” ปลายสายเป็นเสียงของชายอายุมากคนหนึ่งตอบกลับมา


“ถูกปฏิเสธค่ะ” เดลินาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ


“ไม่เป็นไร…ขอโทษด้วยนะ ทำให้เธอเหนื่อยเปล่า”


“เป็นดิฉันต้องขอโทษ ดร.คอนเนอร์ มากกว่าค่ะ ที่ไม่อาจทำตามคำขอได้”


“เธอพยายามเต็มที่แล้ว ไม่เป็นไร”


บทสนทนาทางโทรศัพท์จบลงเพียงเท่านี้ แต่ในขณะที่เดลินาจะกดวางสาย เธอกลับได้ยินเสียงพูดเบาๆ จากทางปลายสายว่า



“ฉันคงต้องจัดการเรื่องนี้เองเสียแล้ว”


___________________________________


หลังมื้อค่ำอันแสนอบอุ่นในบ้านเล็กๆ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากสถาบัน สศวอ. นัก เด็กชายตัวผอมเกร็ง สวมแว่นตาทรงรี กำลังดีใจอย่างมาก เมื่อได้รับของขวัญจากพ่อ ซึ่งจากบ้านไปทำงานนานกว่า 3 เดือน


“หนังสือ 5 เล่มนี้ พ่อเลือกมาให้ แดน โดยเฉพาะเลยนะ”


“ขอบคุณครับ!!” แดนกล่าวขอบคุณก่อนจะรับเอาถุงหนังสือจากพ่อมาดูทันที


“ว้าว! มีสมุดภาพรวมสายพันธุ์มังกรด้วย!!” แดนร้องอย่างตื่นเต้น


“พ่อครับ คราวหลังพาผมไปสำรวจซากมังกรด้วยนะครับ” แดนที่เงยหน้าจากกองหนังสือ หันมาพูดกับผู้เป็นพ่อ


“เอาไว้ลูกโตกว่านี้หน่อย แล้วพ่อจะพาไปทำงานด้วย” ดร.มาเคนยิ้มพลางลูบหัวแดนด้วยความเอ็นดู ก่อนที่เสียงจากทีวีจะดึงความสนใจพ่อลูกให้หันไปมอง


“เมจไฟต์เตอร์ลีกมาแล้วลูก รีบเอาของไปเก็บแล้วมาดูกับพ่อเร็ว!” ดร.มาเคนรีบบอกแดน เมื่อเห็นว่าตอนนี้หน้าจอทีวีกำลังจะฉายรายการกีฬาแมทซ์สำคัญที่ไม่ว่าใครก็พลาดไม่ได้


“เวลา 90 นาทีต่อจากนี้เชิญพบกับเกมเมจไฟต์เตอร์สุดมัน ระหว่าง 'กำแพงเงิน' วอล์เอสโทล์ ทีมอันดับ 2 จากตารางคะแนน พบกับ 'สิงโตฟ้า' อินเตอร์นีโต ทีมอันดับ 4 จากดินแดนทางตอนเหนือ โดยมีผมเจมส์ โร้ค และคุณเอริค อาร์มเมอร์ เป็นผู้บรรยายในเกมวันนี้ครับ”


เสียงผู้บรรยายเริ่มกล่าวต้อนรับผู้ชมเข้าสู่เกมเมจไฟต์เตอร์ ซึ่งพอดีกับแดนที่วิ่งลงมาจากห้องของตัวเองอย่างรวดเร็ว


“มาสักที รอดูมานานแล้วสินะ” ดร. มาเคนที่ตอนนี้นั่งอยู่ข้างแดน รอดูรายการแข่งด้วยใจจดใจจ่อ เพราะเขารู้ว่า รองจากมังกรแล้ว ก็มีเมจไฟต์เตอร์นี่แหละที่เจ้าลูกชายของเขาชอบเป็นนักเป็นหนา ถึงขนาดที่ไม่ยอมออกไปเล่นกับเพื่อนๆ ถ้าวันไหนมีแมทซ์การแข่งขัน


“นักกีฬา 5 คนของทีม สิงโตฟ้าอินเตอร์นีโต วันนี้ส่งผู้เล่น นักรบชุดเกาะ 4 คน ผู้วิเศษ 1 คน ถือได้ว่าเป็นจัดทีมสไตล์เกมรับยุคต้นตำรับมากๆ ครับ ส่วนทางฝั่ง วอล์เอสโทล์ จัดทีมมาได้สมดุลมาก มีทั้ง นักรบ นักฆ่า นักเวทย์เลยครับ” โร้คพูด


“วันนี้ทีมสิงโตฟ้าน่ากลัวจังครับพ่อ เล่นส่งนักรบชุดเกราะมามากขนาดนั้น แบบนี้ต่อให้วอล์เอสโทล์ฟอร์มดีแค่ไหน ก็คงยากหากคิดจะฝ่าด่านกำแพงนักรบทั้ง 4 คนได้” แดนวิเคราะห์เกมด้วยความฉลาด ขณะที่ดร.มาเคนลูบหัวของแดนด้วยความเอ็นดู


“ใช่แล้ว ข้อดีของนักรบชุดเกราะคือความอึดนั่นแหละ ถ้าเกมใช้ระยะเวลานาน ก็น่าจะชนะไม่ยาก”


ตอนนี้ในสนาม นักกีฬาแต่ละทีม ต่างอยู่ในชุดเครื่องแบบประจำตำแหน่งของซึ่งดูน่าเกรงขามและมีเอกลักษณ์ยิ่งนัก เพราะชุดของแต่ละทีมต่างออกแบบมาให้เหมาะกับพลังพิเศษและการวางตำแหน่ง ที่ทำให้กีฬาเมจไฟต์เตอร์เป็นกีฬาที่มีเสน่ห์อย่างหาเทียบได้ยาก


“ก่อนจะเข้าการแข่งขันเรามาทบทวนกติกากันต่อนะครับ ผู้เล่นทั้ง 5 คนของแต่ละทีมต้องป้องกัน ‘ธงสัญลักษณ์ประจำทีม’ ที่ตั้งอยู่ในฐานที่มั่นของตนเองให้ได้ ขณะเดียวกันต้องบุกเข้าทำลายธงประจำทีมของอีกฝ่ายให้สำเร็จ ทีมไหนเป็นฝ่ายทำลายธงประจำทีมของอีกฝั่งได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ”


หลังจากนั้น โร้คก็พูดแทรกขึ้นมา


“ส่วนหอคอยเวทย์ทั้ง 12 ต้นทั่วสนามนั้นเป็นเหมือนเครื่องแบ่งเขตแดนของแต่ละฝ่าย เพราะสามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวและโจมตีศัตรูในรัศมี 15 เมตรรอบหอคอย ซึ่งช่วงเปิดเกม ผู้เล่นทั้ง 2 ทีมจึงต้องกระจายกำลังเข้ายึดหอคอยฯ ให้ได้มากที่สุด ฝ่ายไหนเข้ายึดได้มากกว่าเท่าไหร่ก็จะได้เปรียบมากเท่านั้นครับ”


“แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนี่ครับโร้ค” อาร์มเมอร์พูดต่อ “เพราะในสนามเราเต็มไปด้วยอุปสรรคต่างๆ ที่ถูกจำลองขึ้น ผู้เล่นทั้งสองทีมจะต้องเจอกับทั้งผืนป่า ธารน้ำไหล ลานหินขรุขระ กระจายอยู่ตามส่วนต่างๆ ของสนาม”


“อย่างนี้ต้องวัดที่ไหวพริบและความอึดแล้ว ซึ่งสิงโตฟ้าน่าจะได้เปรียบอยู่นะครับ” โร้คว่า



เกมการแข่งขันเริ่มดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ แสงสีการปะทะกันของอาวุธและเวทมนตร์สร้างความตื่นตาให้กับผู้ชมได้อย่างมาก โดยเฉพาะเด็กที่ชื่นชอบเกมเมจไฟต์เตอร์อยู่แล้วอย่างแดน


ในขณะที่คนในครอบครัว ดร.มาเคน กำลังเพลิดเพลินกับการชมเกมเมจไฟต์เตอร์ ก็มีเสียงออดดังขึ้นที่หน้าบ้านของพวกเขา


“เสียงอะไร” ดร.มาเคนพูดขึ้น “ใครกันมากดออดบ้านเราช่วงหัวค่ำแบบนี้”


“เดี๋ยวแม่ไปดูให้” ผู้เป็นแม่ไม่อยากขัดจังหวะการดูเกมเมจไฟต์เตอร์ของสามีและลูกชาย จึงขออาสาไปดูที่หน้าบ้านแทน


“ใครคะ?” แม่เปิดประดูบ้านออกมาเรียกหาคนที่กดออดตรงกำแพงบ้านเมื่อครู่


“นั่น เจน ใช่ไหม” เสียงร้องของชายสูงอายุคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของกำแพง


“ใช่ค่ะ นั่นใครหรือคะ”


“ฉันเอง”


“คะ?”


“คอนเนอร์ ไง”


สิ้นเสียงคำพูด เจน ก็ได้แต่ยืนนิ่ง เธอกำลังคิดอยู่ในใจว่าคนที่ชื่อ “คอนเนอร์” ที่ว่ามานี้จะใช่คนเดียวกับที่เธอคิดหรือเปล่า หากใช่ละก็...คงเป็นเรื่องน่าประหลาดใจมากว่าเขาจะมายังที่ห่างไกลนี่ทำไม


แม่เดินออกไปเปิดประตูเพื่อขอเจอหน้าชายคนนั้นสักครั้ง ก่อนจะพบว่า


“ไง ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ เจน”


“ดร.คอนเนอร์” แม่เอ่ยทวนเบาๆ ครู่หนึ่งก่อนจะร้องอย่างตกตะลึง



“ดร.คอนเนอร์ แห่งวิทยาลัยเซนเทอเรีย!”



ตอนต่อไป
บทที่ 2 หนทางกับความฝัน

ความคิดเห็น