รายละเอียด
ลมหายใจของผมมีกลิ่นกาแฟราคาถูกที่บูดเปรี้ยวผสมกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดมาจากห้องสูบบุหรี่รวมของบริษัท มันเป็นกลิ่นของความสิ้นหวัง กลิ่นของมนุษย์เงินเดือนที่ขายวิญญาณแลกกับเศษเงินที่แทบไม่พอประทังชีวิตไปวันๆ
ผมชื่อ นะซาโตะ เซมากุเตะนะสัส... ใช่ คุณอ่านไม่ผิดหรอก นามสกุลเฮงซวยที่ฟังดูเหมือนคำด่าในภาษาไทยนั่นแหละ มันเป็นตลกร้ายอย่างแรกที่พระเจ้ามอบให้ผมตั้งแต่เกิด เป็นเหมือนลางบอกเหตุว่าชีวิตนี้คงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ แต่จะเต็มไปด้วยตีนที่พร้อมจะ 'เตะ' ผมให้คว่ำคะมำอยู่เสมอ
ผมยืนอยู่หน้าอาคารสำนักงานสูงระฟ้าในกรุงโตเกียว เงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิทไร้ดาว มีเพียงแสงไฟนีออนแยงตาที่สาดส่องลงมา แขนขาของผมหนักอึ้งเหมือนถูกถ่วงด้วยตะกั่ว ความรู้สึกชาหนึบแล่นพล่านไปทั่วปลายนิ้ว ลามขึ้นมาถึงหัวไหล่ นี่เป็นวันที่สี่แล้วที่ผมไม่ได้สัมผัสกับสิ่งที่เรียกว่า 'เตียงนอน' หรือ 'การหลับสนิท'
"เหนื่อย... ชิบหาย..."
เสียงที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอแห้งผากนั้นแหบพร่าจนแทบไม่ได้ยิน
ครั้งหนึ่ง... ผมเคยเป็นเด็กหนุ่มที่มีความฝัน ผมเคยดำดิ่งอยู่ในโลกของจินตนาการ เป็นโอตาคุระดับฮาร์ดคอร์ที่ใช้ชีวิตอยู่ในโลกของอนิเมะ มังงะ และเกมสวมบทบาท ผมเคยฝันอยากไปต่างโลก อยากเป็นผู้กล้าที่มีฮาเร็มสาวสวยล้อมหน้าล้อมหลัง อยากมีพลังวิเศษที่จะเสกอะไรก็ได้ดั่งใจนึก หรืออย่างน้อยที่สุด ก็แค่อยากใช้ชีวิตสุขสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าห้องหรือค่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
แต่ความเป็นจริงมันโหดร้ายกว่าบอสตัวสุดท้ายในเกมตระกูลโซล เงิน... คือพระเจ้าที่แท้จริงของโลกใบนี้ เมื่อท้องหิว ความฝันก็กินไม่ได้ ผมต้องทิ้งจอยเกม วางหนังสือการ์ตูน และก้าวเข้าสู่สนามรบที่เรียกว่า 'วัยทำงาน' จากเด็กหนุ่มไฟแรง กลายเป็นซากศพเดินได้ที่ทำงานถวายหัวให้กับบริษัทหน้าเลือด เวลาที่จะเสพความสุขจากโลก 2D ค่อยๆ หายไป กลายเป็นเพียงความทรงจำสีจางๆ ที่ถูกทับถมด้วยกองเอกสารและคำด่าของหัวหน้า
ผมลากสังขารมาถึงลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ที่มืดสลัว กลิ่นน้ำมันเครื่องและยางรถยนต์ลอยแตะจมูก ตรงหน้าผมคือ 'เจ้าพายุ' มอเตอร์ไซค์คันเก่งสภาพโทรมๆ ที่เป็นเพื่อนยากเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ผมค่อยๆ คร่อมมันด้วยท่าทีที่เชื่องช้า สวมหมวกกันน็อกที่อบอวลไปด้วยกลิ่นเหงื่อเก่าเก็บ
สตาร์ทเครื่อง... เสียงเครื่องยนต์ครางกระหึ่มดังก้องในความเงียบสงัด มันเป็นเสียงเดียวที่ปลุกเร้าให้หัวใจที่ด้านชาของผมเต้นแรงขึ้นมาได้บ้าง
"กลับบ้าน... ไปนอน..." ผมพึมพำกับตัวเอง บิดคันเร่งพามอเตอร์ไซค์พุ่งทะยานออกไปสู่ถนนยามค่ำคืน
ลมหนาวในเดือนธันวาคมกรีดผิวหน้าผ่านช่องระบายอากาศของหมวกกันน็อก ความเย็นยะเยือกนั้นบาดลึกเข้าไปถึงกระดูก แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด มันเหมือนกับว่าความเย็นนั้นกำลังช่วยชะล้างความเหนื่อยล้า... หรือไม่ มันก็แค่ทำให้ผมชาจนไม่รู้สึกอะไรอีกแล้ว
ถนนโล่ง... ผมบิดคันเร่งเพิ่มความเร็ว เข็มไมล์กวาดขึ้นสูง ภาพตึกรามบ้านช่องสองข้างทางกลายเป็นเส้นแสงสีเบลอๆ ความเร็วทำให้ผมรู้สึกเป็นอิสระ ชั่ววูบหนึ่ง ผมจินตนาการว่าตัวเองกำลังขี่มังกรทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าในโลกแฟนตาซี ไม่ใช่พนักงานบริษัทต๊อกต๋อยที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์เก่าๆ กลับรังรูหนู
แต่แล้ว... ร่างกายของผมก็ประท้วง
ตุบ!
มันเริ่มต้นที่หน้าอกข้างซ้าย เหมือนมีใครเอาค้อนปอนด์ทุบลงไปอย่างแรง ตามมาด้วยความเจ็บปวดที่แหลมคมเหมือนถูกเข็มพันเล่มทิ่มแทงพร้อมกัน ลมหายใจของผมสะดุดกึก อากาศเฮือกใหญ่ที่สูดเข้าไปกลับไปไม่ถึงปอด
มือที่กำแฮนด์รถเกร็งแน่นจนข้อนิ้วขาวซีด ไม่ใช่เพราะผมอยากกำ แต่มันคลายไม่ออก กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายหดเกร็งอย่างรุนแรง ภาพตรงหน้าเริ่มบิดเบี้ยว แสงไฟถนนแตกพร่ากลายเป็นดวงดาวระยิบระยับเหมือนในฉากหนังไซไฟ
"เชี่ย... อะไรวะเนี่ย..."
ความคิดสุดท้ายของผมไม่ใช่ความกลัวตาย แต่เป็นความรู้สึกเสียดาย... เสียดายที่ยังไม่ได้เล่นเกมภาคต่อที่เพิ่งออก เสียดายที่ยังไม่ได้ดูตอนจบของอนิเมะเรื่องโปรด และที่น่าเจ็บใจที่สุด... คือเสียดายที่ยังตายทั้งๆ ที่ยัง 'ซิง' อยู่แบบนี้
หัวใจของผมบีบตัวครั้งสุดท้ายอย่างรุนแรง ก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบลง เหมือนใครบางคนดึงปลั๊กทีวีออก
ความมืดมิด... ความเงียบงัน... และความว่างเปล่า
. . .
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ อาจจะเป็นเพียงเสี้ยววินาที หรืออาจจะยาวนานนับพันปี ในความรู้สึกที่ไร้กาลเวลา จู่ๆ แสงสว่างจ้าก็กระแทกเข้าสู่โสตประสาท มันไม่ใช่แสงจากดวงอาทิตย์ แต่มันเป็นแสงสีขาวบริสุทธิ์ที่สว่างจนแสบตา แต่กลับไม่ร้อนแรง
ผมกระพริบตาถี่ๆ พยายามปรับโฟกัส สิ่งแรกที่ผมเห็นคือพื้นที่สีขาวโพลนไร้ที่สิ้นสุด ไม่มีผนัง ไม่มีเพดาน มีเพียงความว่างเปล่าที่ทอดยาวออกไปไกลสุดลูกหูลูกตา
"ตื่นแล้วหรือ... เจ้ามนุษย์ผู้โชคร้าย"
เสียงหนึ่งดังขึ้น มันไม่ใช่เสียงของผู้ชายหรือผู้หญิง ไม่ใช่เสียงคนแก่หรือเด็ก มันเป็นเสียงที่กังวานและทรงอำนาจ ดังมาจากทุกทิศทางพร้อมกัน
ผมหันมองรอบตัว ก่อนจะสะดุดตากับ 'บางสิ่ง' ที่ลอยอยู่ตรงหน้า มันเป็นก้อนพลังงานรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่ไม่มีใบหน้า ร่างกายเปล่งแสงสีทองเรืองรอง ดูสูงส่งจนน่าหมั่นไส้
"ที่นี่ที่ไหน... แล้วแกเป็นใคร?" ผมถามออกไป ความทรงจำเรื่องการขี่มอเตอร์ไซค์และความเจ็บปวดที่หน้าอกยังคงแจ่มชัด "ฉันตายแล้วเหรอ?"
"ถูกต้อง เจ้าตายแล้ว หัวใจวายเฉียบพลัน... สาเหตุมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอสะสมบวกกับสภาวะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว" เจ้าก้อนแสงนั่นตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนอ่านรายงานแพทย์ "ส่วนข้า... เจ้าจะเรียกว่าพระเจ้า ผู้สร้าง หรือผู้ดูแลระบบ ก็แล้วแต่สติปัญญาอันน้อยนิดของเจ้าจะสรรหาคำมาเรียก"
ผมแค่นหัวเราะในลำคอ ตายเพราะทำงานหนักจนหัวใจวาย... ช่างเป็นการตายที่สมกับเป็นมนุษย์เงินเดือนผู้แสนกระจอกงอกง่อยจริงๆ
"แล้วไงต่อ? จะส่งฉันไปนรกหรือสวรรค์? หรือจะให้ฉันไปเกิดใหม่เป็นสไลม์?" ผมถามด้วยน้ำเสียงประชดประชัน ความกลัวหายไปหมดแล้ว เหลือเพียงความด้านชาและตลกขบขันในชะตากรรมของตัวเอง
"น่าเสียดายที่โควต้าไปต่างโลกช่วงนี้เต็มเอี๊ยด" พระเจ้าตอบกลับคล้ายจะเยาะเย้ย "แต่... เนื่องจากเจ้าตายก่อนเวลาอันควร และชีวิตที่ผ่านมาของเจ้ามันช่าง... น่าสมเพชจนข้ารู้สึกเวทนา ข้าจึงมีข้อเสนอพิเศษให้"
ทันใดนั้น แผ่นป้ายโฮโลแกรมโปร่งแสงขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าผม บนนั้นมีตัวเลือก 5 ข้อ เขียนด้วยตัวอักษรสีทองอร่าม
"ข้าให้เจ้าเลือกได้ 2 ข้อ จาก 5 ข้อนี้ เพื่อเป็นของขวัญสำหรับการเริ่มต้นใหม่... หรือการเดินทางครั้งสุดท้าย จงเลือกอย่างชาญฉลาด"
ผมกวาดสายตามองตัวเลือกทั้งห้าอย่างรวดเร็ว สมองที่เคยตื้อตันกลับมาแล่นเร็วปรู๊ดปร๊าดด้วยสัญชาตญาณเกมเมอร์
ไปเกิดใหม่ในต่างโลกแฟนตาซี (สุ่มเผ่าพันธุ์ สุ่มสถานะ ไม่มีสกิลโกง)
ได้รับเงิน 500 เยน เข้าบัญชีธนาคารทุกๆ 1 วินาที (ตลอดชีพ)
มีพลังเวทมนตร์ระดับกลางในโลกปัจจุบัน
ย้อนเวลากลับไป 10 นาที ก่อนที่จะหัวใจวายตาย พร้อมร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์สูงสุด ไร้โรคภัย
ได้รับฮาเร็มหญิงสาวสวยระดับนางงามจักรวาล 5 คนทันที (แต่เจ้าจะอายุสั้นลงครึ่งหนึ่ง)
ผมยืนนิ่ง จ้องมองตัวเลือกเหล่านั้น ความคิดในหัวตีกันยุ่งเหยิง
ข้อ 1... ไปต่างโลก สุ่มเผ่าพันธุ์? ถ้าเกิดเป็นกอฮลินหรือมอนสเตอร์กากๆ ก็จบเห่ ไม่มีสกิลโกงก็เหมือนไปตายเอาดาบหน้า ตัดทิ้ง ข้อ 3... เวทมนตร์ระดับกลาง? ในโลกยุคปัจจุบันที่มีกล้องวงจรปิดทุกหัวระแหง การใช้เวทมนตร์อาจจะทำให้ผมกลายเป็นหนูทดลองของรัฐบาลได้ ตัดทิ้ง ข้อ 5... ฮาเร็มแลกกับอายุขัย? บ้าหรือเปล่า จะมีผู้หญิงสวยๆ ไปทำไมถ้าไม่มีปัญญาเย็ด... เอ้ย ไม่มีชีวิตอยู่ชื่นชมพวกเธอ ข้อนี้เสี่ยงเกินไป
เหลือข้อ 2 กับ ข้อ 4...
ข้อ 4 คือการกลับไปมีชีวิตอีกครั้ง พร้อมร่างกายที่แข็งแรง... นี่คือพื้นฐานสำคัญที่สุด ถ้าไม่มีชีวิต เงินทองหรือพลังอำนาจก็ไร้ความหมาย และร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ ("แข็ง" แรงสมบูรณ์... ผมแอบคิดลึกในใจ) คือต้นทุนที่ดีที่สุดในการเสพสุข
ส่วนข้อ 2... 500 เยน ทุก 1 วินาที... ผมเริ่มคำนวณในหัวอย่างรวดเร็ว 1 นาที = 60 วินาที = 30,000 เยน 1 ชั่วโมง = 1,800,000 เยน 1 วัน = 24 ชั่วโมง = 43,200,000 เยน สี่สิบสามล้านเยนต่อวัน! บ้าไปแล้ว... เดือนหนึ่งผมจะได้เงินพันกว่าล้านเยน! ปีหนึ่ง... หมื่นล้าน! นี่มันมากกว่ามหาเศรษฐีระดับโลกบางคนเสียอีก ด้วยเงินจำนวนนี้ ผมสามารถซื้อทุกอย่างที่อยากได้ ซื้อเวลากลับคืนมา ซื้อฮาเร็ม (ที่ไม่ต้องแลกด้วยอายุขัย) ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือแม้แต่ซื้ออำนาจ
ในโลกทุนนิยมที่ขับเคลื่อนด้วยเงิน... การมีเงินที่ไม่มีวันหมด ก็ไม่ต่างอะไรกับการมีพลังเวทมนตร์ระดับพระเจ้า
"ข้าเลือกแล้ว" ผมเงยหน้ามองก้อนแสงสีทอง แววตาที่เคยหม่นหมองกลับลุกโชนด้วยความโลภและความปรารถนา
"ข้าขอเลือก ข้อ 2 และ ข้อ 4"
พระเจ้าดูเหมือนจะกระตุกวูบหนึ่ง คล้ายกับกำลังยิ้ม "ฉลาดเลือกนี่... ไม่เลือกไปต่างโลก ไม่เลือกพลังวิเศษ แต่เลือกความเป็นจริงและรากฐานของความสุขทางโลก... ความโลภของมนุษย์นี่มันชัดเจนดีจริงๆ"
"ก็ท่านบอกเองว่าโลกนี้ขับเคลื่อนด้วยอะไร" ผมยักไหล่ "ผมไม่อยากไปเสี่ยงตายกับมังกร ผมแค่อยากนอนตากแอร์เย็นๆ แล้วมีเงินใช้ไม่ขาดมือ"
"ได้ตามนั้น..." เสียงของพระเจ้าดังก้องกังวานขึ้น ร่างกายของผมเริ่มโปร่งแสง "จงกลับไป... นะซาโตะ เซมากุเตะนะสัส กลับไปใช้ชีวิตที่เจ้าโหยหา และจงจำไว้ว่า... เงินซื้อได้เกือบทุกอย่าง แต่ซื้อมันสมองไม่ได้ จงใช้มันให้คุ้มค่า"
แสงสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงกว่าเดิมจนผมต้องหลับตาแน่น ความรู้สึกเหมือนถูกกระชากลงจากที่สูง ดิ่งวูบลงสู่หลุมลึกที่ไร้ก้นบึ้ง
. . .
เฮือก!
ผมสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างแรงเหมือนคนจมน้ำที่เพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำ อากาศเย็นเฉียบไหลทะลักเข้าไปในปอด แต่มันกลับไม่ทำให้เจ็บปวด กลับรู้สึกสดชื่นอย่างน่าประหลาด
ดวงตาของผมเบิกโพลง ภาพตรงหน้าค่อยๆ ชัดเจนขึ้น มันไม่ใช่ห้องสีขาว ไม่ใช่พื้นที่ว่างเปล่า แต่เป็นลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ที่มืดสลัว กลิ่นน้ำมันเครื่อง กลิ่นยางรถ และกลิ่นอับชื้นในหมวกกันน็อก... ทุกอย่างกลับมาแล้ว
ผมก้มลงมองมือตัวเองที่กำแฮนด์มอเตอร์ไซค์แน่น มันไม่สั่นแล้ว ไม่มีความรู้สึกชาหนึบที่ปลายนิ้ว ความปวดเมื่อยที่บ่าและหลังหายไปเป็นปลิดทิ้ง กล้ามเนื้อทุกส่วนรู้สึกแน่นตึง เปี่ยมไปด้วยพลังวังชา เหมือนผมเพิ่งตื่นจากการหลับสนิทมาสิบปีเต็ม
หัวใจของผมเต้นเป็นจังหวะหนักแน่น สม่ำเสมอ ไม่มีการบีบรัดที่ทรมานอีกต่อไป
"กลับมาแล้ว..." ผมพึมพำ เสียงของผมฟังดูทุ้มลึกและมีพลังกว่าเดิม "กูรอดตายแล้ว..."
ทันใดนั้น เสียงเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือที่กระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น
ติ๊ง!
ผมรีบล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอสว่างวาบแสดงข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันธนาคาร
[ยอดเงินเข้า: 500 เยน] [ยอดเงินคงเหลือ: 500 เยน]
ติ๊ง!
[ยอดเงินเข้า: 500 เยน] [ยอดเงินคงเหลือ: 1,000 เยน]
ติ๊ง! ติ๊ง! ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนดังรัวๆ ทุกวินาที ตัวเลขในบัญชีธนาคารขยับขึ้นเรื่อยๆ ต่อหน้าต่อตาผม 1,500... 2,000... 2,500... 3,000...
ผมจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง ริมฝีปากค่อยๆ ฉีกยิ้มกว้างขึ้น... กว้างขึ้น... จนแทบจะถึงใบหู มันไม่ใช่รอยยิ้มของผู้ชายแสนดี แต่มันเป็นรอยยิ้มของปีศาจที่เพิ่งหลุดออกจากพันธนาการ
"ฮะ... ฮ่าๆๆๆๆ!"
ผมระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางลานจอดรถที่เงียบสงัด เสียงหัวเราะของผมสะท้อนก้องไปมาราวกับคนเสียสติ
ลาก่อนชีวิตพนักงานเงินเดือนกระจอกๆ ลาก่อนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ลาก่อนห้องเช่ารูหนู ต่อไปนี้... กูคือพระเจ้า
ผมกำโทรศัพท์แน่นจนหน้าจอแทบร้าว สัมผัสถึงความแข็งแกร่งของร่างกายใหม่ และอำนาจของเงินตราที่กำลังหลั่งไหลเข้ามา
"เอาล่ะ..." ผมกระซิบกับตัวเอง แววตาเป็นประกายวาวโรจน์ในความมืด "มาเริ่มป่วนโลกใบนี้ให้มันชิบหายวายป่วงกันไปข้างเลยดีกว่า... เริ่มจากหาอะไรดีๆ กระแทกปากแก้เครียดสักหน่อยดีไหมนะ?"
ผมสตาร์ทเครื่องมอเตอร์ไซค์อีกครั้ง เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องเหมือนสัตว์ร้ายที่พร้อมออกล่า แต่คราวนี้... จุดหมายปลายทางของผมไม่ใช่ห้องเช่าซอมซ่ออีกต่อไปแล้ว.
รีวิวผู้อ่าน
0 รีวิว
จัดเรียงตาม
อ่านบนแอปฯ Fictionlog
ดาวน์โหลดแอปฯ เพื่อการอ่านที่ดียิ่งขึ้น