รายละเอียด
“เท่าไรล่ะที่คุณอยากได้” นาคินทร์ลุกขึ้นเต็มความสูงและเดินอ้อมมาหยุดอยู่ข้างๆ ตาสีนิลหลุบลงมองร่างสมส่วนตั้งแต่หัวจดปลายเท้าราวกับกำลังประเมินราคาสินค้าตามแบบฉบับของนักธุรกิจ
“ก็ไม่มากไม่น้อยหรอกค่ะ แค่เดือนละห้าแสน ขนหน้าแข้งคุณคงไม่ร่วงหรอกมั้ง” คนถูกถามลุกขึ้นเผชิญหน้าและตอบเสียงฉะฉาน มองเขาอย่างถือดีราวกับตัวเองอยู่ในฐานะที่จะต่อรองได้
“ห้าแสนเชียวเรอะ! มากไปหน่อยมั้งสำหรับของที่มันไม่ค่อยสดใหม่ เงินขนาดนั้นผมเอาไปเลี้ยงเด็กสาวๆ ได้ตั้งหลายคน คำตอบของผมคือไม่” นักธุรกิจหนุ่มตอบเสียงต่ำ ริมฝีปากส่งยิ้มหยามเหยียดให้เธอเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมีข้อต่อรองอะไรที่จะใช้งัดข้อกับเขาอีก
“โอเคค่ะ งั้นฉันจะไปขอกับคุณอัครหรือคุณนัครแทน ฉันมั่นใจว่าพวกเขาคงยินดีที่จะจ่ายตามที่ขอ ความจริงฉันก็ไม่ได้คาดหวังอะไรจากคุณมากอยู่แล้ว แต่ที่มาเสียเวลาถามเพราะเห็นว่าเราเคยนอนด้วยกันมาก่อน ฉันไม่อยากจะทำอะไรข้ามหน้าข้ามตาคุณน่ะค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ”
คำพูดจากพยาบาลสาวทำเอาตาของคนฟังวาววาม เขาคว้าข้อมือของเธอและกระชากร่างนุ่มเข้ามาในอ้อมแขน
“เป็นบ้าอะไรของคุณ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นผู้หญิงหิวเงินขึ้นมา ไอ้ที่ได้ไปยังไม่พออีกเรอะถึงจะเร่ขายตัวไปทั่วน่ะ” นาคินทร์ตะคอกด้วยความเกรี้ยวกราด
“เมื่อก่อนก็พอค่ะ แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว ถ้าคุณไม่คิดจะจ่ายก็อย่ามายุ่งกับฉัน ปล่อย!”หญิงสาวบอกเสียงเครียดพอกันและพยายามสลัดตัวออกจากการเกาะกุมแต่วงแขนราวกับปลอกเหล็กกลับรัดแน่นขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก
“ไม่ คุณเป็นเมียผมนะ ยังไงผมก็ไม่ยอมให้เมียของตัวเองไปยุ่งกับคนอื่นหรอก โดยเฉพาะถ้าคนคนนั้นเป็นน้องชายของผม” ริมฝีปากได้รูปพึมพำชิดเรือนผมนุ่มสลวยพลางกอดจนเธอขยับไม่ได้ ไม่เคยเลยสักครั้งที่คนอย่างเขาจะอึดอัดหนักใจมากมายเท่ากับเวลานี้ เวลาที่หวาดกลัวว่าจะสูญเสียคนในอ้อมแขนไปให้กับน้องชายร่วมสายเลือด
“งั้นก็เลือกมาว่าคุณต้องการจะจ่ายฉันแบบไหน ระหว่างครั้งละห้าหมื่น หรือเดือนละห้าแสน” ปานตะวันบอกเสียงสั่นขณะหันหลบใบหน้าหล่อเหลาที่ก้มลงซุกไซ้พวงแก้มและลำคอระหงราวกับคนหิวกระหาย
“คุณมันโสเภณีชัดๆ” นาคินทร์คำรามบอกพลางสอดมือเข้าไปใต้เสื้อยืดสีชมพูตัวนั้น ลูบไล้แผ่นหลังเนียนและปลดตะขอบราอย่างห้ามใจไม่ไหว ไม่ว่าจะบอกตัวเองว่าผู้หญิงในอ้อมแขนเป็นศัตรูแต่ทุกครั้งที่ได้เข้าใกล้ ความตั้งใจของเขาก็สั่นคลอนทุกที
“ฉันทำทุกอย่างเพื่อ... ความสะใจค่ะ” พยาบาลสาวรีบเปลี่ยนคำพูดท้ายประโยค กลืนคำว่า ‘ลูก’ ลงไปในลำคอแห้งผากขณะที่ถูกดันถอยหลังไปหาประตูห้องทำงานก่อนจะได้ยินเสียงคลิกเมื่อมือหนากดล็อก ไม่กี่นาทีต่อมาก็ถูกลากกลับไปยังโต๊ะทำงานและยกขึ้นไปนั่งหมิ่นเหม่ที่ขอบโต๊ะไม้สักทองราคาแพงลิบลิ่ว
“ถ้าจะมีอะไรกัน คุณต้องจ่ายมาก่อน” หญิงสาวรวบรวมสมาธิที่กำลังกระเจิดกระเจิงเพราะถูกปลุกเร้าแล้วบอกเขาเสียงแกมสั่งจนหน้าที่ซุกซบกับทรวงอกสล้างหลังจากเลิกชายเสื้อขึ้นไปกองอยู่เหนืออกอิ่มชะงัก ผงะออกอย่างฉุนเฉียวและหันไปดึงลิ้นชักใกล้ๆ ออก หยิบเช็คขึ้นมาเขียนตัวเลขและเซ็นชื่อลงไปอย่างรีบร้อนแล้วฉีก ยัดใส่มือบางอย่างหงุดหงิด
“พอใจหรือยัง” ชายหนุ่มถามเสียงกระชากขณะวุ่นวายปลดกระดุมของกางเกงขาสามส่วนและซับในจากสะโพกกลมกลึง ยิ่งเห็นสีหน้าของพยาบาลสาวที่ก้มลงมองตัวเลขบนเช็คใบนั้นแล้วส่งยิ้มระรื่นให้ก็ยิ่งหัวเสีย
“โอ้โห ทิปมากขนาดนี้ ไม่กลัวจะหมดตัวเร็วเหรอคะเสี่ย” ปานตะวันจีบปากจีบคอพูดหลังจากมองเช็คมูลค่าหนึ่งแสนบาท
คนฟังตาวาววับ เกลียดสรรพนามที่เธอใช้ล้อเลียน เกลียดที่อีกฝ่ายกล้ายั่วโทสะ เกลียดที่เธอบังอาจเจรจาต่อรอง เขาดึงทึ้งอาภรณ์ออกจากร่างเย้ายวน แทรกตัวเข้ามายืนกลางหว่างขาขาวผ่อง แล้วกระแทกจูบดุดันลงบนปากอ่อนนุ่ม รุกไล่ ดูดดึงลิ้นเล็กอย่างไม่ปรานีปราศรัย มือหยาบคลึงเคล้นสองเต้าอย่างหนักหน่วง สมกับที่เธอกล้ามาทำตัวร้ายกาจอวดดี
“ผมอยากจะฆ่าคุณนัก” นาคินทร์คำรามเสียงพร่า แววตาหรี่ปรือเพราะเพลิงปรารถนาที่เผาผลาญ ปล่อยให้มือเล็กๆ จัดการกับเข็มขัดและยีนให้ แล้วผลักร่างเย้ายวนให้นอนหงายบนโต๊ะทำงาน
รีวิวผู้อ่าน
0 รีวิว
จัดเรียงตาม
อ่านบนแอปฯ Fictionlog
ดาวน์โหลดแอปฯ เพื่อการอ่านที่ดียิ่งขึ้น