หน้าปกนิยาย เรื่อง หน้าผากผี (แม่นาคพระโขนง ภาคพิเศษ)
หน้าผากผี (แม่นาคพระโขนง ภาคพิเศษ)
เมื่อชายที่รัก ผิดคำสาบานที่ให้ไว้ต่อกัน ทำให้ดวงวิญญาณของแม่นาค ดิ้นรนหลุดออกมาจากหน้าผากผีที่กักขังวิญญาณเอาไว้ และตำนานสยองแห่งคุ้งคลองพระโขนงจึงบังเกิดขึ้นอีกครั้ง
   430      14 ตอน
อัปเดตล่าสุด 1 ปีที่แล้ว

หน้าผากผี

ตอนที่ ๑............

พุทธศักราช ๒๔๑๗

ภายหลังที่สมเด็จพระพุฒาจารย์ ( โต พรหมรังสี ) มรณภาพได้ ๒ ปี

คืนนี้เป็นคืนเดือนเพ็ญ....

พระจันทร์ดวงโตลอยเด่นอยู่เหนือท้องฟ้า ทอแสงสีนวลที่ปราศจากเมฆดำมาบดบัง สาดส่องกระทบคุ้งน้ำและเรียวใบข้าวที่ชูนิ่งงันอยู่กลางทุ่งนาที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำฝนเมื่อตอนกลางวัน

อากาศยามค่ำเย็นจัด ไอหมอกบางๆ ลอยกรุ่นอยู่สายน้ำที่นิ่งสนิท ราวกับม่านควันสีเทาที่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ

ลูกเขียดตัวหนึ่งเกาะอยู่บนใบบัวที่ลอยปริ่มอยู่เหนือน้ำ มันนอนสงบนิ่งเหมือนดั่งรอให้แมลงตัวไหนพลัดหลงเข้ามาใกล้ๆ

ปลาช่อนตัวหนึ่งเคลื่อนตัวอย่างเงียบงันมาใต้สายน้ำ เงาดำของมันมองดูทะมึนเมื่อยามที่ผ่านเข้าไปในเงาพระจันทร์ใต้น้ำ

และฉับพลัน ก่อนที่เขียดตัวนั้นจะทันรู้ตัว มันก็โผล่พรวดขึ้นมา ขณะที่ลูกเขียดกำลังจะถีบเท้าออกจากใบบัว มันก็ฮุบโผงเข้าให้ ในความเงียบสงัดนั้น เสียงมันสะท้านกังวานราวกับเสียงกลอง

เรือพายลำหนึ่งแล่นผ่านสายหมอกบางมาอย่างช้าๆ...

เสียงจ้วงพายดังจ๋อมๆ แทรกขึ้นมาจังหวะ ขณะที่พื้นน้ำกระทบสะท้อนแสงจันทร์วิบวับเมื่อยามที่จุ่มพายลงไป ทำให้คลื่นมันกระเพื่อม กระจายเป็นวง

เสียงเพลง เสียงดนตรีลอยแผ่วมาตามสายลมไกลๆ คล้ายกับมีงานใหญ่อยู่ในวัดมหาบุศย์ที่อยู่สุดคุ้งคลองพระโขนง

เรือพายลำนั้นแหวกสายน้ำผ่านกอสาคู กอจากที่เป็นพุ่มอยู่สองข้างคลอง เลี้ยวพ้นออกมาจากหัวคุ้ง มุ่งตรงไปยังปลายคลองซึ่งมีเสียงร้องรำทำเพลงปี่พาทย์มโหรีดังได้ยินชัดขึ้น

ท่ามกลางความมืดแห่งราตรี กระทงน้อยสองสามอัน ลอยผ่านมาตามสายน้ำ แสงเทียนที่จุดอยู่ภายในส่องประกายสีเหลืองอ่อน ฝีพายที่กำลังจะจุ่มลงน้ำนั้นชะงักเล็กน้อย เมื่อแลเห็นกระทงอันหนึ่งลอยมาใกล้ อดใจไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปคว้าขึ้นมาดู

“ อ้าว...เวรละสิ อ้ายผ่อง ทำไมทำหมาๆ อย่างนั้นเล่า ใครเขาให้หยิบกระทงขึ้นมา เดี๋ยวก็ซวยตายหรอก....”

นางเอิบที่นั่งอยู่บนหัวเรือข้างหน้าร้องขึ้นมา เมื่อเหลือบหางตาไปเห็นผัวหยิบกระทงขึ้นมาดู นางยกพายขึ้นมา ทำท่าจะฟาดใส่ แต่เสียดายที่หันไปไม่ถนัด จึงได้แต่ร้องด่าอยู่เอิกเกริก

“ คนเขาส่งเคราะห์ ส่งโศกลอยมา แล้วมึงจะไปรับขึ้นเรือมาหาพระแสงอะไรกันวะ แก่จนหัวสองสี จนป่านนี้มึงยังไม่รู้อะไรอีกเหรอ”

“เออ...กูรู้หรอกน่าอีเอิบ แหม...มึงก็เชื่อเหลือเกินนะบุราณพวกนี้ เขาเพียงไม่อยากให้ใครหยิบของตัวเองขึ้นมากลัวว่าเงินมันจะหายไป ก็เลยสาปแช่งไว้ แล้วกูเอาเงินขึ้นมาหรือเปล่าล่ะ เงินสักเฟื้องสักสลึงมันยังไม่ใส่มาเลย”

แกยกกระทงอันนั้นขึ้นมามองดู ก่อนที่จะวางบนน้ำตามเดิม พลางช่วยเอามือวักน้ำให้ลอยไป

เรือลำนั้นแล่นผ่านศาลาท่าน้ำที่โย้เย้จวนพัง สองผัวเมียอดใจไม่ได้ที่จะแลเลยขึ้นไป เหนือฝั่งคลองนั้น...

เรือนเล็กหลังหนึ่งเป็นเรือนเครื่องผูกใต้ถุนสูง ก่อนหน้าเคยเป็นที่อยู่อาศัย น่าเสียดายที่บัดนี้ถูกทิ้งร้างมานานนักหนา ทั่วเรือนรกเรื้อ ปกคลุมด้วยหญ้าคา และเถาไม้เลื้อยที่เกี่ยวเกาะไปทั่วจนฝาเรือนนั้นผุพัง หลังคาเปิดรั่วจวนทะลายหมดแล้ว ยืนทะมึนอยู่ท่ามกลางแสงจันทร์

นกแสกตัวหนึ่งบินร่อนมาจากต้นไทรริมคุ้งคลองซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก ก่อนที่จะโผถลาจับลงที่บนหลังคา ส่งเสียงร้องดัง เสียดสะท้านเข้าไปในความรู้สึกของคนฟังจนถึงกับสะดุ้ง

นางเอิบมือไม้ปั่นป่วนขึ้นมาทันใด เมื่อนึกย้อนหลังกลับไปหลายปีก่อนหน้านี้ ที่ครั้งหนึ่งในย่านนี้เกิดมีเหตุอาเพศเสียจนผู้คนสองฟากคลองพระโขนงหนีเปิดเตลิดไปอยู่ที่อื่น เสียจนแทบร้าง

แต่นางไม่ได้พูดอะไรออกมา.....

และดูเหมือนว่าตาผ่องนั้นจะรู้ใจเมีย เพราะแกรีบจ้วงพายถี่เร็วขึ้น เหมือนดังจะเร่งให้เรือผ่านไปไว ก่อนที่จะเอ่ยปลุกปลอบใจตัวเองกับเมียว่า

“มึงคิดถึงอีนากละซี...”

“อุเหม่......”

นางเอิบตบอกผาง พลางยกพายขึ้นพาดตัก หันไปทางผัวรักที่ชักจะรู้สึกเกลียดขึ้นมาทันใด อ้ายคนจัญไร ถึงมึงจะรู้ใจกู รู้ทั้งรู้ก็ไม่น่าจะพูดตอนนี้

“กูว่าจะไม่พูดแล้วเชียว มึงจะพูดขึ้นมาทำไมให้กูกลัวหืออ้ายผ่อง”

“กูอยากรู้ว่ามึงกำลังคิดเหมือนกูหรือเปล่า”

“รู้แล้วทำไม มึงมีความสุขขึ้นมางั้นหรือ อ้ายจัญไร พูดอะไรไม่พูด ดันมาพูดเรื่องนี้”

“มึงจะกลัวไปถึงไหนวะอีเอิบ ป่านนี้ผีอีนากมันไปเกิดที่ไหนแล้วล่ะ เพลามันก็ผ่านไปนานแล้ว นี่อ้ายมากมันก็บวชจนสึกออกมาจะแต่งงานใหม่อยู่แล้ว มึงจะกลัวอะไรอยู่อีก”

“ไม่ใช่กูกลัว แต่ว่าเพลาที่ผ่านเรือนเขา แล้วมึงเสือกทักเรื่องนี้ขึ้นมา เขาบอกว่าผีป่า ผีเขามันจะแตกตื่นเอา มันไม่ดี เกิดผีอีนากมันยังไม่จากไปไหน แล้วไม่ฉิบหายกันไปทั้งมึงทั้งกูหรือ”

“ถ้ามันยังอยู่ แค่มันรู้ว่าผัวมันสึกพระออกมาจะแต่งเมียใหม่ อีเอิบเอ๊ย....อย่าให้กูพูดเลย ป่านนี้ ได้หนีกันอลหม่านไปทั้งคลองพระโขนงแล้ว”

“แต่ยังไงๆ มันก็ยังอดเสียวขวัญ เสียวกระหม่อมไม่ได้อยู่ดีละเอ็งเอ๊ย....”

“คิดมากไปได้มึงนี่....” ตาผัวว่า “วันเวลามันก็ผ่านไปตั้งนานแล้ว...”

“พูดถึงอ้ายมากนี่ รู้กันทั้งบ้าน ทั้งบาง ว่ามันก็รักอีนากโขอยู่นา แต่ว่าจู่ๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมมันถึงไปสึกพระออกมาข้าละเสียดายจริงๆ ....”

นางเอิบบ่นไปเรื่อยเปื่อยเหมือนจะชวนผัวคุย พลางหันไปดูเรือนนางนากที่ถูกทิ้งร้างอยู่บนฝั่ง พลางถอนหายใจด้วยความสมเพชเวทนา

“อีนากมันก็อาภัพนัก แม้แต่ความรักของมันก็ยังรั้งอ้ายมากเอาไว้ไม่อยู่ นี่ไม่รู้ว่ามันจะแต่งกับอีแพรลูกตาพร้อมเมื่อไหร่ล่ะหือเอ็งรู้ไหม”

“เห็นเขาว่า เดือนหกปีหน้า มันจะแต่งกัน ตอนนี้ตาพร้อมเขาจะให้หมั้นกันเอาไว้ก่อน”

“สงสารอีนากมันนะ......”

นางว่า แล้วถอนหายใจอีกครา ตาผัวหาได้ว่ากระไรไม่ หากแต่จุ่มพาย คัดท้ายให้หัวเรือมุ่งไปยังโค้งคุ้งที่มีต้นไทรย้อยต้นใหญ่ยืนทะมึนแผ่กิ่งก้านสาขาจนรกครึ้มออกมากลางคลอง

เมื่อเรือแล่นเข้าใต้ต้นไทรที่รากย้อยห้อยระโยงรยางค์อยู่ แสงจันทร์ที่เคยสว่างนวลก็พลันมืดครึ้มไปชั่วอึดใจ สองผัวเมียจุ่มพายหมายจะรีบเร่งให้เรือผ่านไป เพราะใจรู้สึกเสียวๆ อย่างไรพิกล


...อ่านเพิ่มเติม
รีวิวนักอ่านโดยรวม
0 รีวิว
จัดเรียงตาม
    
ไม่มีรีวิว

1

เรื่อง

0

ผู้ติดตาม