รายละเอียด
ภาพโลงศพที่ถูกตั้งเบื้องหน้า พร้อมด้วยกระถางธูป กลิ่นกำยานจากการเผาไหม้ลอยคลุ้ง คันธมาสก้มหน้า หล่อนได้แจ้งให้ฝ่ายบุคคลทราบแล้ว ในเรื่องนี้ แต่พรุ่งนี้ก็ต้องโทร.ไปลาอีกหน หล่อนอาศัยการลาเป็นพักรักร้อนประจำปี ซึ่งมีสิทธิ์ ลาได้สามวัน บวกกับลากิจ
ใครคนหนึ่ง มานั่งพนมมือไหว้อยู่ในงานด้วย หล่อนเงยหน้าไป จำหน้าเขาได้ เพราะเขายังคงแต่งงานในชุดเครื่องแบบ ที่คุ้นตากับการเป็นพนักงานส่งพิซซ่า แต่คันธมาสเมินมองไปทางอื่น
แต่สิ่งหนึ่ง ที่ทำให้หล่อนนึกคาดไม่ถึง และยิ่งไปกว่านั้น คือการตกใจอย่างมาก เนื่องจากไม่ได้คิดว่า จะได้มาเจอเขาแบบไม่คาดฝัน
หล่อนหลุดปากออกไป
“พี่ธิ” ชื่อของเขา ธิศาล
เป็นชายหนุ่มรุ่นพี่ของหล่อน อยู่สี่ปี หล่อนคุ้นเคยและรู้จักกับเขาตั้งแต่วัยเด็ก นอกจากบ้านอยู่ในละแวกเดียวกัน เขายังมีจิตใจผูกมั่นต่อหล่อน ด้วยการต้องการที่จะคบหาเป็นแฟน และเขาขอจองตัวหล่อนมาหลายปีแล้ว คันธมาสรับรู้ ด้วยความดีใจ แม้ข้างในจะมีน้ำตา บวกกับดวงหน้าที่เศร้า ไม่สามารถที่จะบังคับให้ยิ้มชื่นได้
ธิศาลดูเหมือนจะเข้าใจ เขาบอกหล่อน
“พี่เพิ่งรู้ช้าไป ว่า อาก้อง จะอายุสั้นอย่างนี้ แม่เพิ่งมาบอก แล้วพี่ก็รีบกลับมาทันที”
คำที่เขาเอ่ยอธิบาย คันธมาสพยักหน้าช้าๆ
“ต่อไปไม่มีอาก้องแล้ว คิ้ม ต้องเข้มแข็งให้มาก”
คำกล่าวของธิศาลดุจจะให้พร อีกคนที่อยู่ในงานด้วย ชักสีหน้าไม่พอใจ แต่ก็นึกเกรงใจเจ้าภาพ และผู้คนที่เข้ามาร่วมงานคนอื่น เติมพงษ์จึงรีบลุกจากที่ ตรงไปยังรถของเขาที่จอด หลังจากที่เสร็จสิ้นการสวดอภิธรรม
คันธมาสดูเหมือนจะได้ต้อนรับ ธิศาลอีกคราว ด้วยการถามไถ่ทุกข์สุข เรื่องราวต่างๆ ในช่วงเวลาที่เขาได้ไปไปปฏิบัติงานอยู่กลางท้องทะเลอ่าวไทย ซึ่งทำงานอยู่ในบริษัทที่ขายส่งกาซพลังงานระดับบิ๊กในประเทศ ซึ่งเขากับคันธมาสห่างกันด้วยเช่นนี้
ธิศาลมีครอบครัวที่ฐานะดีกว่า แม่ของเขานั้นก็บ่งบอกว่า ไม่ค่อยชอบ คันธมาสสักเท่าใดนัก แต่คันธมาสไม่เคยแคร์ในเรื่องนี้ และไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม หล่อนก็ไม่ได้คิดเรื่องนี้ ไปมากกว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของตัวเอง คันธมาสเจียมตัว
แต่ว่าธิศาลต่างหาก ที่เป็นฝ่ายหลงรักหล่อน จนเขาทำในสิ่งที่คุณอำภามารดาของเขา ห้ามปราม แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ และนี่คืองานของบิดาของหล่อน คันธมาสไม่อยากแสดงความรู้สึกต่างๆออกมาให้ใครได้เห็น จะเห็นได้ว่า หล่อนพยายามตัดบทธิศาลอย่างที่สุด
เห็นสีหน้าของเขาแล้ว มันก็บอกว่า เขาไม่พอใจเช่นกัน แต่หล่อนไม่อาจจะทำหรือช่วยอะไรได้ และรู้ ที่เขาไม่ยอมที่จะรีบกลับบ้าน ทั้งๆที่ สวดอภิธรรมก็จบลงไปนานแล้ว เขายังจะแช่ตัวเอง เข้ามาอยู่ในวงของญาติพี่น้องของหล่อน
คันธมาสแก้เก้อ หรือต้องการที่จะไม่ให้เขาอยู่ใกล้ชิดมากเกินไป ด้วยการเดินเข้าไปช่วยงานในครัว เพื่อเบนความรู้สึกของหล่อนด้วย แต่หล่อนก็รู้ว่า เขามองมายังหล่อน ด้วยสายตาที่น้อยใจ
คันธมาสบอกกับตัวเองว่า หล่อนจะต้องเข้มแข็งอย่างที่สุด ซึ่งในที่สุด เขาก็ยินยอมที่จะกลับบ้าน เมื่อรู้ว่า หนทางที่เขาจะเข้าใกล้ ขยับตัวไปหาคันธมาส มันไม่ง่ายเลย หญิงสาวทั้งปกป้องและหวงตัวเอง
เห็นทีคืนนี้ คงจะหลับยาก แต่ว่า หล่อนจะต้องข่มตาให้หลับ คันธมาสไม่กลัวเลยที่จะกลับมานอนที่บ้าน แต่ก็มีบรรดาญาติอีกสองสามคน ตามมานอนเป็นเพื่อน คงมีแม่และไปรมา เท่านั้นที่ไม่ยอมตามมาด้วยไปรมาให้เหตุผลว่า “เบื่อ ไปรขี้เกียจกลับเข้าบ้าน นอนที่นี่ดีกว่า”
หล่อนหมายถึงศาลาวัด ที่สามารถหลับนอนได้ เพราะบรรดาญาติที่มาช่วยงานก็เตรียมทั้ง มุ้งหมอน เสื่อ และเครื่องนอน
งานศพของพ่อตั้งไว้ห้าวันถึงเผา/ คันธมาสลางาน/ และอาศัยวันหยุดประจำปีเพิ่ม/ หลังจากเสร็จสิ้นบรรจุอัฐิพ่อ/ เอเกิดป่วย /ไปทำงานไม่ได้/ แต่ก็ยังฝืนที่จะไป/ปากทางเข้าซอยของบริษัท ที่เธอ กำลังจะขยับเท้า ก้าวลงจาสกสะพานลอย/ คันธมาสเกิดเป็นลม/หน้ามืด / ธันวายุขับรถมาที่ทำงานจะเข้าซอยเห็นเข้า /เลยรีบจอดรถทิ้ง /เพื่ออุ้มร่างของเธอ/ พยายามเขย่าตัวเพื่อเรียกสติ/ ปรากฏว่าเธอไม่รับรู้ใดๆ/ เขาพาไปส่งท่าโรงพยาบาล/ ยอมทำงานสาย เพราะเป็นห่วง/ คันธมาสรู้สึกตัว พบว่า คนที่พาเข้ามาส่งที่โรงพยาบาลเป็นเจ้านาย
รีวิวผู้อ่าน
0 รีวิว
จัดเรียงตาม
อ่านบนแอปฯ Fictionlog
ดาวน์โหลดแอปฯ เพื่อการอ่านที่ดียิ่งขึ้น